เพื่อรองรับความเสี่ยงจากเรื่องร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจากการตกงาน เกิดอุบัติเหตุหรือมีคดีความ เราควรจะมีตะกร้าเงินสำรองอยู่จำนวนหนึ่ง เพื่อที่เวลาเกิดเรื่องจริงๆ เราจะได้สามารถนำเงินมาใช้ได้ทันที โดยตะกร้านี้ควรมีจำนวนเงินเท่ากับรายจ่ายของเรา 3 – 6 เดือนเป็นอย่างน้อย ซึ่งวันนี้ Radars Man จะมาแนะนำว่าควรจะนำเงินเหล่านี้ไปเก็บไว้ที่ไหนดี

วิธีเก็บเงินสำรองอย่างได้ผล

อย่างที่รู้กันว่าการเก็บเงินสำรองนั้นยากพอสมควรสำหรับมือใหม่หัดเก็บเงิน ดังนั้นวิธีที่ได้ผลที่สุดคือ การตัดเงินก่อนใช้ หมายความว่าให้เราตั้งตัดเงินจากบัญชีหลักไปยังบัญชีเก็บเงินอัตโนมัติเลย เงินเดือนเข้า 25 ก็ตั้งตัดวันที่ 26 ส่วนเงินที่เหลือจะใช้หมดก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่าเราเก็บเงินไปแล้ว ถ้าใครใช้แอพธนาคารก็ง่ายหน่อย สามารถตั้งอัตโนมัติได้เลย หรืออีกวิธีก็คือไปติดต่อธนาคารที่เรามีบัญชีให้เขาตั้งให้

บทความแนะนำ เศรษฐีอัตโนมัติ ทำเรื่องเงินให้เป็นเรื่องง่าย | StockRadars

เริ่มตัดเงินเท่าไหร่ดี

สำหรับมือใหม่หัดเก็บอาจจะเริ่มจากน้อยๆ ก่อนเช่น เดือนละ 500 บาท หรือเดือนละ 3 – 5 % แล้วค่อยขยับขยายเมื่อจิตใจเราแข็งแกร่งแล้ว ซึ่งโดยมาตราฐานแล้วควรจะเก็บแต่ละเดือนให้ได้ประมาณ 10% ของรายได้

เงินสำรองไม่ใช่เงินลงทุน

บางคนอาจจะถามว่า เงินเยอะแยะทำไมเอาไปวางไว้ในที่ดอกเบี้ย 2 – 3 % ทำไมไม่เอาไปลงทุน เช่นหุ้น เราก็ต้องถามว่าถ้าเกิดเรื่องร้ายขึ้นมา แล้วตอนนั้นหุ้นลง เราจะกล้าถอนเงินมาใช้รึเปล่า ด้วยเหตุนี้เราจึงควรแยกเงินสำหรับลงทุนออกไปอีกบัญชีต่างหาก

เงินออมฉุกเฉินเก็บไว้ที่ไหนดี

หลักการของที่วางเงินฉุกเฉินคือ ถอนง่ายและมูลค่าไม่ลดลง ดังนั้นจึงแนะนำอยู่ 3 ที่คือ บัญชีออมทรัพย์ บัญชีฝากประจำ และกองทุนรวมตราสารหนี้
บัญชีออมทรัพย์ นี่แน่นอนว่าถอนเมื่อไหร่ก็ได้แต่ดอกเบี้ยน้อยมาก
บัญชีฝากประจำ ถอนเมื่อไหร่ก็ได้แค่จะไม่ได้ดอกเบี้ยถ้าถอนเกินจำนวนครั้งที่กำหนด
กองทุนรวมตราสารหนี้ ด้วยความที่เป็นกองทุน การถอนเงินถึงต้องเป็นแบบ T+2 แต่ได้ดอกเบี้ยเยอะกว่าแบบอื่นๆ

ก้าวแรกไม่เป็นไร ก้าวต่อไปเก็บเงินกันเถอะ

สำหรับใครที่ยังไม่ได้เริ่ม พรุ่งนี้รีบออกจากบ้านไปเปิดบัญชีสำหรับเก็บเงินกันได้เลย แล้วอย่าลืมตั้งให้ตัดเงินอัตโนมัติด้วยนะครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here