ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) รีแบรนด์ใหม่ เปิดตัวพัฒนาการของแบรนด์ครั้งสำคัญ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของแขกผู้ใช้บริการได้อย่างแท้จริง ปูทางการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 300 แห่ง ภายในปี 2570
อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดจากการเข้าซื้อกิจการ เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป (NH Hotel Group) ในปี 2561 ซึ่งปัจจุบันดำเนินงานภายใต้ชื่อ Minor Hotels Europe & Americas ที่เป็นส่วนช่วยขยายขอบเขตธุรกิจของกลุ่มให้เติบโตขึ้นถึงสามเท่าบนเวทีโลก
มร. เอียน ดิ ทูลลิโอ (Ian Di Tullio) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า “การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงแค่สร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้กับ ไมเนอร์ โฮเทลส์ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเรา ในการที่จะมอบประสบการณ์การบริการที่เหนือระดับในทุกมิติให้กับแขกผู้ใช้บริการ ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลรูปแบบใหม่ โปรแกรมสมาชิกที่ใช้งานง่าย และกลยุทธ์ช่องทางการขายที่แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจของเจ้าของโรงแรมและนักลงทุน“
“การรวมแบรนด์โรงแรมทั้งหมด มาไว้ภายใต้แบรนด์หลัก ไมเนอร์ โฮเทลส์ ช่วยให้เราก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการเติบโต ที่จะทำให้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ กลายเป็นที่จดจำในหมู่นักเดินทางเช่นเดียวกับที่ได้รับการยอมรับจากพันธมิตรของเรา”
ซึ่งแนวคิดหลักในการปรับโฉมหน้าแบรนด์ใหม่นี้ คือการมอบสิ่งสำคัญที่สุดให้กับแขก ทีมงาน นักลงทุน เจ้าของโรงแรม และพันธมิตรทางธุรกิจ กลยุทธ์ในการรวมโรงแรมในเครือทั้ง 8 แบรนด์ของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ซึ่งได้แก่ อนันตรา (Anantara) อวานี (Avani) เอเลวาน่า คอลเลคชั่น (Elewana Collection) เอ็นเอช (NH) เอ็นเอช คอลเลคชั่น (NH Collection) นาว (nhow) โอ๊คส์ (Oaks) และ ทิโวลี (Tivoli) รวมถึงประสบการณ์การเดินทางอื่น ๆ มาไว้ภายใต้แบรนด์หลัก ซึ่งก็คือ ไมเนอร์ โฮเทลส์ จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และความโดดเด่นของกลุ่มโรงแรมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในสายตาของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
New brand identity อัตลักษณ์แบรนด์ใหม่
สิ่งแรกที่ผู้ใช้บริการจะได้เห็นคือภาพลักษณ์ใหม่ที่สดใสของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ หัวลูกศรภายในตัวอักษร ‘M’ ในโลโก้ใหม่เป็นสัญลักษณ์ของทิศทางและการนำทาง ชี้ไปสู่การค้นพบ การเชื่อมต่อ และการผจญภัย พร้อมทั้งสะท้อนบทบาทของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ในการสร้างสรรค์เส้นทางแห่งประสบการณ์ที่มีความหมายสำหรับแขกผู้เข้าพัก
โดยอัตลักษณ์ใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแก่นแท้ของแบรนด์ภายใต้แนวคิด “What Matters Most” หรือ “สิ่งที่สำคัญที่สุด” ซึ่งเป็นใจความหลักที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ให้สอดคล้องกับความต้องการและความปรารถนาของลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และทีมงานทุกคน
ซึ่งลูกค้าจะเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น แพลตฟอร์มดิจิทัล และมือถือ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการตลาด ช่องทางการขาย และการสื่อสารภายในโรงแรมในเครือ
เปรยแผนขยายเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 300 แห่ง ภายในปี 2570
พร้อมกับตอนนี้ ยังมีแผนขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์โรงแรมเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งแขกผู้เข้าพักและเจ้าของโรงแรม โดยมีแผนจะเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่างน้อยสองแบรนด์ภายในปีนี้ (2568) และคาดเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 300 แห่ง ภายในปี 2570
นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ Minor PRO สำหรับกลุ่มลูกค้า B2B ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ บริการ และการสื่อสารทั้งหมดสำหรับธุรกิจ นักวางแผนอีเวนต์ และตัวแทนท่องเที่ยว โดยเป็นการรวมแพลตฟอร์มเดิมของแต่ละแบรนด์ เช่น NH PRO, Anantara Journeys และ Oaks Professionals ไว้ในที่เดียว เพื่อนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มมืออาชีพเพื่อมอบประสบการณ์ที่สะดวกยิ่งขึ้น
มร. ดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “การพัฒนาแบรนด์ครั้งนี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของบริษัทย้อนกลับไปในปี 2521 (1978) เมื่อ วิลเลียม อี. ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้งบริษัท ได้เข้าซื้อกิจการโรงแรม Royal Garden Resort ในพัทยา จากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน ไมเนอร์ โฮเทลส์ ได้เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านธุรกิจโรงแรม ด้วยโรงแรมในเครือมากกว่า 560 แห่งใน 58 ประเทศ การเติบโตของบริษัทขับเคลื่อนผ่านการขยายแบรนด์ระดับลักชัวรีอย่าง อนันตรา (Anantara) และแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมอย่าง อวานี (Avani) รวมถึงการเข้าซื้อกิจการโรงแรม เอเลวาน่า คอลเลคชั่น (Elewana Collection) โอ๊คส์ (Oaks) ทิโวลี (Tivoli) และ เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป (NH Hotel Group) ซึ่งประกอบด้วย เอ็นเอช (NH) เอ็นเอช คอลเลคชั่น (NH Collection) และ นาว (nhow)“