บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยแผนการดำเนินงานในระยะ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2565-2570 ว่า บริษัทมุ่งหวังจะเป็นผู้นำในการพัฒนาศูนย์การค้า,ที่พักอาศัย,อาคารสำนักงาน และโรงแรมชั้นนำในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท โดยบริษัทเตรียมที่จะพัฒนาโครงการใหม่เฉลี่ยปีละ 2-3 โครงการ โดยตั้งเป้าที่จะสร้างศูนย์การค้า “เซ็นทรัล” ให้ได้ทั้งสิ้น 50 แห่งจากปัจจุบันที่มีทั้งสิ้น 36 แห่ง รวมไปถึงการปรับปรุงสาขาเดิมอีกกว่า 10 โครงการ

เดินหน้าขยายการลงทุน

สำหรับปี 2565 บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาทและแบ่งเป็นงบลงทุนในโครงการต่างๆ ดังนี้

  • โครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” 
  • โครงการ “เซ็นทรัล จันทบุรี” ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 นี้ 
  • แผนก่อสร้าง “เซ็นทรัล เวสต์วิลล์” (Central WestVille) มูลค่ารวมกว่า 6,200 ล้านบาท ทำเลย่านราชพฤกษ์บนที่ดิน 40 ไร่ ซึ่งมีกำหนดเปิดบริการในไตรมาสที่ 4 ของปี 2566

“บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในหลายประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นี้ ที่ผ่านมาบริษัทประสบความสำเร็จในการลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์  และอยู่ระหว่างศึกษาแผนการเข้าลงทุนในเวียดนาม รวมถึงในอีกหลายๆประเทศ ซึ่งจะมีการขยายศูนย์การค้าหรือโครงการต่างๆตามความเหมาะสม”

ในส่วนของโมเดลธุรกิจใหม่อย่าง “คอมมูนิตี้มอลล์” CPN ได้เข้าซื้อบริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงพื้นที่บริเวณ Block A ย่านสยามสแควร์ ซึ่งได้รับสัมปทานจากสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นระยะเวลา 30  ปี โดยบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่เหล่านี้ให้สามารถเจาะเข้าสู่แหล่งชุมชนที่มีศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอยทั้งในเขตกรุงเทพและปริมณฑล

นางสาววัลยา  จิราธิวัฒน์  กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์เป็นโครงการที่ใหม่มากสำหรับบริษัท แต่ถือว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจเพราะใช้พื้นที่ไม่มากในการก่อสร้าง ทำให้สามารถแทรกเข้าไปในทำเลที่มีศักยภาพหรือแหล่งที่มีกำลังซื้อตามเป้าหมายของบริษัทได้ ไม่เพียงเท่านั้น คอมมูนิตี้มอลล์ยังตอบสนองความต้องการจับจ่ายใช้สอยที่เปลี่ยนไป ซึ่งผู้คนไม่เน้นการเดินแต่ในห้องแอร์ แต่สามารถเลือกเดินได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ยิ่งไปกว่านั้น บางทำเลยังสามารถเปิดโอกาสให้นำสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น พักผ่อน ทานอาหาร ได้ด้วย ซึ่งแผนการพัฒนาในย่านสยามสแควร์ก็จะมีความชัดเจนมากขึ้นภายในปีนี้”

พร้อมกันนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อร่วมมือกับผู้ให้บริการจุดชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อเพิ่มจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั้ง 36 ศูนย์การค้าในเครือ จากปัจจุบันที่ติดตั้งไปแล้ว 30 ศูนย์การค้า เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตั้งเป้า 3.6 หมื่นล้านบาท

CPN ตั้งเป้ารายได้รวมทั้งปี 2565 ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากแรงหนุนจากภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวได้อย่างน่าสนใจ ประกอบกับนโยบายของทางภาครัฐที่ปรับใช้มาตรการผ่อนคลายและเริ่มเปิดประเทศ ทำให้ผู้คนเริ่มออกมาใช้ชีวิตและจับจ่ายใช้สอยกันมากยิ่งขึ้น  

“บริษัทจะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่อยากเดินทางไปต่างประเทศ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ถือว่ามีกำลังซื้อสูงมาก หากไทยสามารถผลักดันให้โควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น” หรือสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดให้อยู่ในกรอบได้ บริษัทก็จะได้รับแรงซื้อจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศ เพราะประเทศไทยมีจุดขายทั้งแหล่งท่องเที่ยว, ศิลปะวัฒนธรรม รวมถึงค่าครองชีพที่ไม่สูงมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เป็นอย่างดี”

On Radars

CPN ติดสัญญาณอะไรบ้างไปดูกันครับ

  • Company Buyback = บริษัทซื้อหุ้น CPN คืนภายในระยะเวลา 3 ปี
  • Consistent Dividend = CPN เป็นหุ้นที่มีการปันผลเป็นระยะเวลา 5 ปีติดต่อกัน 
  • NPM Above Avg = CPN เป็นหุ้นที่มีผลตอบแทนต่อยอดขายมากกว่าค่าเฉลี่ยของ Sector 

[SPECIAL] ⭐เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!” สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD

#StockRadars #ทำเรื่องหุ้นเป็นเรื่องง่าย #StockRadarsNews

หรือติดตามเรา ในช่องทางอื่นๆ

Website: https://www.stockradars.news

Application: https://www.stockradars.co/getradars

LINE: @StockRadars https://line.me/R/ti/p/%40stockradars

Telegram: https://t.me/StockRadars

Blockdit: https://www.blockdit.com/stockradars

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here