บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่า สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่เกิดขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและราคาแก๊สธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบจะปรับลดลงมาอยู่ระดับ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ หากความขัดแย้งจบลงในเดือนเมษายนนี้ แต่หากสถานการณ์ยังคงรุนแรงและยืดเยื้อต่อไป เราก็อาจจะได้เห็นราคาเฉลี่ยตลอดทั้งปีของน้ำมันดิบพุ่งไปถึง 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เพิ่มกำลังการผลิตก๊าซ

ในปัจจุบัน PTTEP มีสัดส่วนรายได้จากการขายน้ำมันประมาณ 30% และขายก๊าซอีก 70% โดยในปี 2565 บริษัทได้จัดสรรเงินลงทุนสำหรับการขุดหลุม สำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแหล่งเอราวัณ (แปลง G1/65) เพื่อเร่งกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติให้ได้ตามแผน 

นายมนตรี  ลาวัลย์ชัยกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)  กล่าวถึงการลงทุนครั้งนี้ว่า “ความคืบหน้าของการเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณ (แปลง G1/61) ที่ล่าช้าจากแผนไป 2 ปี ทำให้บริษัทไม่สามารถรักษาอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติขั้นต่ำซึ่งกำหนดไว้ที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันได้ ทั้งนี้ จากสัญญาแบ่งปันผลผลิต PTTEP นั้นจำเป็นต้องรักษาอัตราการผลิตก๊าซให้อยู่ในระดับ 250-300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยในระยะแรก บริษัทจะเหลือกำลังการผลิตก๊าซเพียง 425 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เนื่องจากผู้รับสัมปทานรายเดิมได้หยุดการพัฒนาแหล่งก๊าซมาระยะหนึ่งแล้ว บริษัทคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปีในการเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซให้กลับมาอยู่ที่ระดับ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีสัญญาสำหรับแหล่งเอราวัณอยู่ 20 ปี ถ้าแหล่งเอราวัณยังมีศักยภาพในการผลิตปิโตรเลียมได้ต่อ บริษัทก็สามารถต่ออายุสัญญาออกไปได้อีก 10 ปี”

ส่วนกรณีที่ TotalEnergies EP Myanmar แจ้งขอยุติการเป็นผู้ร่วมทุนและผู้ดำเนินการในโครงการยาดานา ประเทศพม่า บริษัทจึงได้ทำการเปลี่ยนแปลงผู้ดำเนินการในโครงการยาดานาจาก TotalEnergies เป็น บริษัท ปตท.สผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ PTTEPI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่ม PTTEP  เป็นผู้ร่วมทุนในโครงการ โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ร่วมทุนของโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้วและการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้จะมีผลในวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 โดย PTTEP ได้ออกมายืนยันว่า การถอนตัวของ TotalEnergies จะไม่กระทบต่อแผนการผลิตก๊าซในปี 2565 แผนงานจะยังคงเดินหน้าต่อไป โดยบริษัทคาดการณ์ว่าจะผลิตก๊าซได้สูงถึง 770 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันจากโครงการยาดานา ซึ่งส่งผลให้บริษัทรับรู้รายได้เพิ่มเป็น 4% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท จากเดิม 3% อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพิ่มในครั้งนี้จะส่งผลให้งบประมาณค่าใช้จ่ายด้านทุนเพิ่มขึ้นราว 100 ล้านดอลลาร์และงบค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่ม 8 ล้านดอลลาร์ต่อปี

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทได้กำหนดเป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 หรือปี 2593 และในปี 2565 บริษัทคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายที่จะลดปริมาณความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ไม่น้อยกว่า 25% ซึ่งถือว่าเร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ถึง 8 ปี จากเดิมที่คาดว่าจะทำได้ในปี 2030 หรือปี 2573 

จ่ายเงินปันผลส่วนที่เหลือ

ในปี 2564 ที่ผ่านมา ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจําปี 2564 ในอัตราหุ้นละ 5.00 บาท โดย PTTEP ได้จ่ายเงินปันผลสําหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 ไปแล้วเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 ในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท และจะจ่ายเงินปันผลส่วนที่เหลือของปี 2564 ในวันที่ 18 เมษายน 2565 อัตราหุ้นละ 3.00 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามรายชื่อที่ประกาศ ณ วันกําหนดสิทธิผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา

On Radars

PTTEP มีติดสัญญาณ Radars อะไรกันบ้าง ไปดูกันครับ

  • EPS Growth = กำไรต่อหุ้นของ PTTEP ในไตรมาสปัจจุบันมากกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 40% ขึ้นไป
  • Selected by institutional = PTTEP เป็นหนึ่งในหุ้น 24 ตัวที่กองทุนเลือกลงทุนมากที่สุด 
  • Consistent Dividend = PTTEP เป็นหุ้นที่มีการปันผล 5 ปีติดต่อกัน

[SPECIAL] ⭐เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!” สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD

#StockRadars #ทำเรื่องหุ้นเป็นเรื่องง่าย #StockRadarsNews

หรือติดตามเรา ในช่องทางอื่นๆ

Website: https://www.stockradars.news

Application: https://www.stockradars.co/getradars

LINE: @StockRadars https://line.me/R/ti/p/%40stockradars

Telegram: https://t.me/StockRadars

Blockdit: https://www.blockdit.com/stockradars