สัปดาห์นี้ (20 ธันวาคม – 24 ธันวาคม 2564) หุ้นไทยมีความผันผวนพอสมควร โดยมีการเคลื่อนไหวในกรอบกว้างๆ ที่ 1,615 – 1,645 จุด ในขณะที่สัปดาห์ก่อนเคลื่อนไหวในกรอบ 1,620 – 1,645 จุด เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนแล้ว หุ้นไทยยังคงอยู่ในระดับที่ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

โดยแต่ละวันในสัปดาห์ หุ้นไทยปิดตลาดและมีมูลค่าซื้อขายสุทธิดังต่อไปนี้

  • วันจันทร์ ปิดตลาดที่ 1,615.80 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 82,357.88 ล้านบาท
  • วันอังคาร ปิดตลาดที่ 1,622.25 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 69,244.56 ล้านบาท
  • วันพุธ ปิดตลาดที่ 1,626.79 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 60,938.22 ล้านบาท
  • วันพฤหัสบดี ปิดตลาดที่ 1,641.47 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 67,593.31 ล้านบาท
  • วันศุกร์ ปิดตลาดที่ 1,637.22 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 57,271.90 ล้านบาท

          ทั้งนี้ หากแบ่งแยกตามประเภทนักลงทุน พบว่าสถาบันในประเทศมีมูลค่าการซื้อขายสุทธิในแดนลบมากที่สุด ส่วนนักลงทุนต่างประเทศมีมูลค่าการซื้อขายในแดนบวกมากที่สุด ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ เป็นไปดังต่อไปนี้

  • นักลงทุนต่างประเทศ           +4,535.15 ล้านบาท
  • บัญชีบริษัทหลักทรัพย์          +1,791.54 ล้านบาท
  • สถาบันในประเทศ                -5,545.90 ล้านบาท
  • นักลงทุนทั่วไปในประเทศ        -780.79 ล้านบาท

          นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติได้กลับเข้ามาซื้อมากขึ้นอีกครั้ง โดยตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมมีมูลค่าซื้อขายสะสมในแดนบวกกว่า 7,637.18 ล้านบาทเลยทีเดียว ในขณะที่นักลงทุนทั่วไปในประเทศมีมูลค่าซื้อขายสะสมในแดนลบมากที่สุดกว่า –6,102.25 ล้านบาท

          โดยหากดูข้อมูลซื้อขายสะสมสุทธิของนักลงทุนแต่ละประเภทตั้งแต่ต้นปี 2564 พบว่า นักลงทุนทั่วไปภายในประเทศมีมูลค่าซื้อขายสะสมในแดนบวกสูงถึง 123,122.97 ล้านบาท ในขณะที่บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ก็มีมูลค่าซื้อขายในแดนบวกอยู่ในไม่น้อยถึง 14,461.53 ล้านบาทเลยทีเดียว

ในส่วนของหุ้นยืนคงยืนในแดนบวกได้ตอนปิดตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพลังงาน อาทิ GPSC, OR ตามมาด้วยกลุ่มบริการทางการเงิน อาทิ BROOK, BYD กลุ่มบริการขนส่ง อาทิ SCGP AOT และกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่าง NEX DELTA 

ทั้งนี้ หลายหมวดธุรกิจก็สามารถยืนในแดนบวกได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบริการทางการเงิน (+3.53%) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปสู่แนวต้านเดิม ในขณะที่หลายหมวดธุรกิจยืนในแดนลบในสัปดาห์นี้ อาทิ กลุ่มธนาคาร กลุ่มบริการเฉพาะกิจ กลุ่มสื่อสาร กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มอสังหาฯ เป็นต้น

ส่วนกลุ่มที่มีแนวโน้มการแกว่งตัวขึ้นลง ได้แก่ กลุ่มเครื่องจักรอุตสาหกรรม (+1.69%) กลุ่มปิโตรเคมี (+0.24%) กลุ่มบรรจุภัณฑ์ (+0.34%) ที่มีแนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง กลุ่มพลังงาน (+0.20%) เริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง และกลุ่มบันเทิง (+1.04%)

นอกจากนี้ บางกลุ่มยังคงอยู่ในช่วงย่อตัวลง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอุปกรณ์บ้านและสำนักงาน (+0.20%) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (+0.04%) กลุ่มสุขภาพ (+0.04%) กลุ่มขนส่ง (+0.29%) ตลอดจนกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (+0.46%)

          ในส่วนของสัปดาห์หน้า แม้ว่าความกังวลของตลาดต่อการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอไมครอนที่ลดลง รวมไปถึงการรับรู้ท่าทีของธนาคารกลางหลายๆ ประเทศในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ยังคงติดตามกันต่อไปว่า จะมีปัจจัยใดบ้างที่จะมาส่งผลกระทบต่อตลาดในช่วงปลายปีหรือไม่ และความผันผวนในไตรมาสสุดท้ายของปีจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ หรือไม่

[เพิ่มเติม] ⭐เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!” สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD

#StockRadars #ทำเรื่องหุ้นเป็นเรื่องง่าย #StockRadarsNews

หรือติดตามเรา ในช่องทางอื่นๆ

Website: https://www.stockradars.news

Application: https://www.stockradars.co/getradars

LINE: @StockRadars https://line.me/R/ti/p/%40stockradars

Telegram: https://t.me/StockRadarsBlockdit: https://www.blockdit.com/stockradars

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here