บล.หยวนต้ามอง บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT มีรายได้ธุรกิจอาหารสัดส่วนหลักจากไทย 52%,จีน 23% และออสเตรเลีย 12% คาดผลประกอบการ จะฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อิงตัวเลข SSSG ในเดือน ต.ค. 64 กลับมาเติบโต YoY ได้แล้วโดยมาจาก การฟื้นตัวในไทยเป็นหลักหลังจากคลายล็อกดาวน์ ส่วนธุรกิจในจีนและออสเตรเลียยังเผชิญกับการล็อกดาวน์ ในบางพื้นที่ เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจอาหารเป็นตลาด Domestic ไม่จำเป็นต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติดังนั้นแม้จะมีการระบาดของโรคและอาจมีการระบาดเพิ่มเติมของสายพันธุ์โอมิครอน เป็นประเด็นที่ต้องติดตาม แต่หากประเทศไทย จีน และออสเตรเลียไม่มีการออกมาตรการ Full Lockdown คาดธุรกิจอาหารจะกลับสู่ภาวะปกติในปี 2565 จากความพยายามใช้ชีวิตร่วมกับโควิด-19 ของประชาชนในแต่ละประเทศ ภาพการฟื้นตัวของธุรกิจอาหารจะช่วยหนุนกระแสเงินสดของ MINT ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในช่วงเวลาที่ธุรกิจโรงแรมยังรอคอยนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ในระยะสั้นสายพันธุ์โอมิครอน เป็นประเด็นที่ใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อภาพการฟื้นตัวของกลุ่มท่องเที่ยวที่ อาจชะลอตัวลงเล็กน้อย จากความวิตกกังวลของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งอาจมีข้อจำกัดในการเดินทางมากขึ้น คาด MINT อาจเห็นผลกระทบบ้างในช่วง 4Q64-1Q65 เนิ่องจากมีสัดส่วนโดยตรงในยุโรปที่กำลังเป็นศูนย์กลางการระบาด

อย่างไรก็ดีทางหยวนต้ายังไม่เห็นรายงานโอกาสในการเสียชีวิตสูง หรือมีอาการรุนแรงยังเป็นเพียงการระบาดที่เกิดอย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์ทรงตัวหรือมีการยืนยันถึงความไม่รุนแรงของโรคอาจทำให้ความวิตก กังวลของนักท่องเที่ยวคลี่คลายลง

บนประมาณการปี 2565 บล.หยวนต้าตั้งสมมติฐานว่าภาพการฟื้นตัวของ MINT ช่วง 1H65 จะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากยังเป็นช่วงแก้ปัญหาโอมิครอน ทั่วโลกต้องเร่งการฉีดเข็มบูสเตอร์หรืออาจมีปรับสูตรวัคซีนให้ป้องกันโอมิครอน แต่ถ้าไม่มีสายพันธุ์ใหม่ที่น่ากลัวออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าคนจะเริ่มใช้ชีวิตอยู่กับโควิดได้แล้วและใน 2H65 จะเห็นการฟื้นตัวแบบมีนัยสำคัญหนุนจากการเข้าสู่ High Season และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในยุโรปที่เร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นต่อเนื่อง

โดยบล.หยวนต้าเลือก MINT เป็นตัวเลือกเด่นของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว แม้มองว่าความเสี่ยงระยะสั้นคือการล็อกดาวน์ เพิ่มเติมในประเทศโซนยุโรป แต่จากประสบการณ์ของการระบาดรอบที่ผ่านมา เชื่อว่า บริษัทฯมีการปรับตัวและมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งพอจะบริหารจัดการได้ คาดไม่เห็นผลกระทบ ที่รุนแรงเหมือนที่ผ่านมา

โดย MINT ได้ติดสัญญาณ Radars “Latest Quarter Revenue Increasing” หรือ หุ้นที่ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดมีรายได้เพิ่มขึ้น และ “Latest Quarter Equity Decreasing More Than 5%” หรือ หุ้นที่ผลประกอบการไตรมาล่าสุดมีส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมากกว่า 5%

[เพิ่มเติม] ⭐เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!” สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD

#StockRadars #ทำเรื่องหุ้นเป็นเรื่องง่าย #StockRadarsNews

หรือติดตามเรา ในช่องทางอื่นๆ

Website: https://www.stockradars.news

Application: https://www.stockradars.co/getradars

LINE: @StockRadars https://line.me/R/ti/p/%40stockradars

Telegram: https://t.me/StockRadars

Blockdit: https://www.blockdit.com/stockradars

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here