สัปดาห์นี้ (7 ธันวาคม – 9 ธันวาคม 2564) หุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 1,605 – 1,620 จุด เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนที่ลงมาเคลื่อนไหวในกรอบ 1,585 – 1,590 จุด และในบางวันได้ทะลุแนวต้านไปถึง 1,591.84 จุดและทะลุแนวรับลงไปที่ 1,568.69 จุดอีกด้วย ในขณะที่สองสัปดาห์ก่อนหุ้นไทยกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ 1,610 – 1,650 จุด โดยรวมหุ้นไทยถือว่ามีแนวโน้มจะกลับมาสดใสอีกครั้ง

โดยแต่ละวันในสัปดาห์ หุ้นไทยปิดตลาดและมีมูลค่าซื้อขายสุทธิดังต่อไปนี้

⁃ วันจันทร์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดทำการ

⁃ วันอังคาร ปิดตลาดที่ 1,609.28 จุด มูลค่าการซื้อขาย 74,927.55 ล้านบาท

⁃ วันพุธ ปิดตลาดที่ 1,618.36 จุด มูลค่าการซื้อขาย 69,263.88 ล้านบาท

⁃ วันพฤหัสบดี ปิดตลาดที่ 1,618.23 จุด มูลค่าการซื้อขายสุทธิ 69,711.75 ล้านบาท

⁃ วันศุกร์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดทำการ

          ทั้งนี้ หากแบ่งแยกตามประเภทนักลงทุน พบว่านักลงทุนทั่วไปในประเทศมีมูลค่าการซื้อขายสุทธิในแดนลบมากที่สุด ส่วนนักลงทุนประเภทสถาบันในประเทศมีมูลค่าการซื้อขายในแดนบวกมากที่สุด ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ เป็นไปดังต่อไปนี้

 ⁃ นักลงทุนต่างประเทศ           -1,890.92 ล้านบาท

 ⁃ บัญชีหลักทรัพย์ในประเทศ      +212.42 ล้านบาท

⁃ สถาบันในประเทศ                +4,543.84 ล้านบาท

⁃ นักลงทุนทั่วไปในประเทศ        -2,865.34 ล้านบาท

          นอกจากนี้ นักลงทุนประเภทสถาบันในประเทศมีมูลค่าซื้อขายสะสมในแดนบวกมากที่สุดตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมกว่า 7,242.08 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างประเทศมีมูลค่าซื้อขายสะสมในแดนลบมากที่สุดกว่า 5,414.08 ล้านบาทเลยทีเดียว

          โดยหากดูข้อมูลซื้อขายสะสมสุทธิของนักลงทุนแต่ละประเภทตั้งแต่ต้นปี 2564 พบว่า นักลงทุนทั่วไปภายในประเทศมีมูลค่าซื้อขายสะสมในแดนบวกสูงถึง 127,063.45 ล้านบาท ในขณะที่บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ก็มีมูลค่าซื้อขายในแดนบวกอยู่ในไม่น้อยถึง 11,615.32 ล้านบาทเลยทีเดียว

ในส่วนของหุ้นยืนคงยืนในแดนบวกได้ตอนปิดตลาดวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธนาคาร อาทิ KBANK, BBL, TTB ตามมาด้วยกลุ่มบริการทางการเงิน อาทิ THANI, BAM, SAWAD กลุ่มสื่อสารอย่าง JAS และ JMART กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่าง HANA และ KCE เป็นต้น

ทั้งนี้ หลายหมวดธุรกิจก็สามารถยืนในแดนบวกได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มการเงิน (+0.03%) ที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ก่อนแต่ย่อตัวลงเล็กน้อย กลุ่มธนาคาร (+0.25%) และกลุ่มพัฒนาอสังหาฯ (+0.63%) ที่ย่อตัวลงก่อนจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

ในขณะที่กลุ่มประกันภัย (+1.67%) มีการทะลุแนวต้านเดิมและปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มบริการก่อสร้าง (+1.94%) และกลุ่มสื่อสาร (+0.26%) ก็มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีกด้วย

ส่วนกลุ่มที่มีแนวโน้มการแกว่งตัวขึ้นลง ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ผู้บริโภค (+0.03%) กลุ่มแฟชั่น (+1.49%) แม้จะย่อตัวลงแต่ก็มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น กลุ่มอุปกรณ์บ้านและสำนักงาน (+0.39%) กลุ่มยานยนต์ (+0.25%) กลุ่มชิ้นส่วนเครื่องจักรอุตสาหกรรม (+0.14%) กลุ่มเหล็ก (+0.37%) กลุ่มทรัพยากร (+0.47%)

นอกจากนี้ บางกลุ่มยังคงอยู่ในช่วงย่อตัวลง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเกษตร (+0.49%) กลุ่มผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคลและเวชภัณฑ์ (+1.35%) กลุ่มบริการทางสุขภาพ (+0.39%) กลุ่มเทคโนโลยี (+0.36%) ที่ย่อตัวเล็กน้อยแต่ยังคงอยู่ในช่วงแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (+0.09%) ยังคงไม่ทะลุแนวต้านเดิม

          ในส่วนของสัปดาห์หน้า มีหลากหลายประเด็นที่ยังคงต้องติดตาม ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณการเทขายของนักลงทุนต่างชาติน้อยลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน จะส่งสัญญาณการไหลย้อนกลับของเงินทุนต่อไปแค่ไหน สถานการณ์เงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การเติบโตของเศรษฐกิจอังกฤษที่ค่อนข้างไม่สดใสและความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนในขณะนี้


[เพิ่มเติม] ⭐เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!” สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD

#StockRadars #ทำเรื่องหุ้นเป็นเรื่องง่าย #StockRadarsNews

หรือติดตามเรา ในช่องทางอื่นๆ

Website: https://www.stockradars.news

Application: https://www.stockradars.co/getradars

LINE: @StockRadars https://line.me/R/ti/p/%40stockradars

Telegram: https://t.me/StockRadars

Blockdit: https://www.blockdit.com/stockradars

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here