รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่าผลประกอบการของบริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ในงวด 6 เดือนของปีบัญชี 64/65 (เม.ย – ก.ย.64) มียอดขาย 5,914.2 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 4,281.8 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 38.1% มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 31.7% และ มีกำไรสุทธิ 862.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 382.3 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 125.6% และรายได้งวดปี 64/65 (1 เม.ย.64-31 มี.ค.65) มีโอกาสทะลุเป้า 1.1 หมื่นล้านบาท โดยยอดขายครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรป ทั้งจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ การเร่งฉีดวัคซีน และมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล

บล.เมย์แบ็ง กิมเอ็ง มองว่า แนวโน้มผลประกอบการ 3Q64/65 จะดีขี้นหลังจาก Covid-19 ผ่อนคลาย ปัญหาเรือขาดแคลนดีขึ้น รวมถึงมีการปรับราคาไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับ Covid-19 ร่วม 20 ล้านบาทเหมือนไตรมาสก่อน และแนวโน้มปี 2564/65 จะเติบโตดีและทำสถิติสูงสุดใหม่ แรงหนุนการเติบโตทั้งสามธุรกิจ AeroFlex, AeroKlas และ EPP โดยได้แรงหนุนสำคัญจากตลาดต่างประเทศซึ่ง EPG มีสัดส่วนยอดขายในต่างประเทศประมาณ 60-70%

ผู้บริหารคงมุมมองในด้านบวก แนวโน้มผลประกอบการปี 2564/65 (เม.ย.2564–มี.ค.2565) จะเติบโตดี คงตั้งเป้ายอดขายเติบโต 12-15% และมีอัตรากำไรขั้นต้น 29%-32% เทียบกับปีก่อน 31.1% ธุรกิจของ EPG ทั้งสามธุรกิจมีแนวโน้มจะเติบโตคือ 1) ธุรกิจฉนวนยางกันความร้อน/เย็น (AeroFlex) ตั้งเป้าจะเติบโต 10-12% แรงหนุนกำลังการผลิตใหม่ในสหรัฐฯ มีอัตรากำไรขั้นต้น 41-43% ใกล้เคียงปีก่อน 2) ธุรกิจอุปกรณ์ชิ้นส่วนและตกแต่งรถยนต์ (AeroKlas) ตั้งเป้าจะเติบโต 20-23% แรงหนุนจากส่งออกและเก็บเก่ียวการลงทุนในอดีตมีอัตรากำไรขั้นต้น 30-33% ใกล้เคียงปีก่อนและ 3) ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก (EPP) ตั้งเป้าหมายจะเติบโต 5-8% และมีอัตรากำไรขั้นต้น 18-20% ใกล้ปีก่อน

ผลประกอบการ 6 เดือนแรกยอดขายและกำไรเติบโตสูงถึง 38% และ 124% และมีสัดส่วนคิดเป็น 51% และ 52% ของประมาณการทั้งปี โดยทางบล.กิมเอ็งประเมินยอดขายปี 2564/65 เท่ากับ 11,697 ล้านบาท โต 22% และมีกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ 1,652 ล้านบาท โต 36% ประมาณการยังค่อนข้างอนุรักษ์นิยมและมีอัพไซด์

ส่วนทางบล.กรุงศรีมองบวกกับแนวโน้มผลการดําเนินงานใน 3Q (ตุลาคม – ธันวาคม) โดยคาดว่า หลังการปรับข้ึนราคาสินค้าแล้ว อัตรากําไรของ EPG จะแข็งแกร่งใน 2HFY22 (ตุลาคม 21- มีนาคม 22) และคาดว่า consensus จะปรับเพิ่มประมาณการกําไรขึ้นอีก นอกจากนี้ EPG ยังผ่านเกณฑ์ของ SET100 และจะเข้าไปรวมคํานวณดัชนีในเดือนมกราคมอีกด้วย

โดย EPG ได้ติดสัญญาณ Radars “EPS Growth” หรือ กำไรต่อหุ้น (Earning Per Share – EPS) ไตรมาสปัจจุบันมากกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 40% ขึ้นไป และ “GPM Above Avg” หรือ หุ้นที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) มากกว่าค่าเฉลี่ยของ Sector ซึ่งแสดงถึงความได้เปรียบทางการแข่งขันของ บริษัท โดยเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน

[เพิ่มเติม] ⭐เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!” สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD

#StockRadars #ทำเรื่องหุ้นเป็นเรื่องง่าย #StockRadarsNews

หรือติดตามเรา ในช่องทางอื่นๆ

Website: https://www.stockradars.news

Application: https://www.stockradars.co/getradars

LINE: @StockRadars https://line.me/R/ti/p/%40stockradars

Telegram: https://t.me/StockRadars

Blockdit: https://www.blockdit.com/stockradars

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here