บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2564 มีกําไรสุทธิอยู่ที่ 23,652 ล้านบาท (0.82 บาท EPS) ลดลง 4% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 68% YoY มีรายได้จากการขายจำนวน 58,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,032 ล้านบาท หรือ 48.5% YoY ส่วน EBITDA ในไตรมาส 3/2564 มีจำนวน 42,961 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14,923 ล้านบาท หรือ 53.2% YoY 

รายได้จากการดำเนินงานหลัก 7.12 หมื่นล้านบาท ลดลง 4.5% QoQ แต่สูงกว่าที่ตลาดคาด 10% ในส่วนของก๊าซ ถ่านหิน และธุรกิจเทรดดิ้ง QoQ ผลการดำเนินงานดีมาก โดยวิกฤตด้านพลังงานอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นสาเหตุให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นหนุนอัตรากำไรของทั้งถ่านหินและก๊าซ (GSP) ขณะที่น้ำมันและปิโตรเคมีและการกลั่นฉุดผลกำไรลดลง 35.7% และ 14.1% QoQ ขาดทุนจากอนุพันธ์และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1.18 หมื่นล้านบาทและ 6.4 พันล้านบาท

PTT ประเมินว่าปริมาณ 3-4% ของทั้งหมดของปตท.มีความเสี่ยง (10-15% ของ SPP) เป็นผลจาก การเปิดเสรีก๊าซของประเทศไทย (ผู้ผลิตไฟฟ้านำเข้า LNG เอง) คาดว่า GULF และ BGRIM จะนำเข้า สปอต LNG เร็วที่สุดใน 2H64/1H65 แต่อาจเลื่อนกลับไปเป็นปี 66 ได้ เนื่องจากราคา LNG ยังคงสูง ตลาดคาดว่า LNG สปอตจะลดลงที่ 15 เหรียญสหรัฐ/MMBTU ภายในสิ้นปี 65 และลดลงในปี 66 ต้นทุนก๊าซของ PTT สำหรับปี 65 อยู่ที่ประมาณ 9-10 เหรียญสหรัฐฯ/MMBTU ซึ่งเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่าการเปิดเสรีก๊าซ ในระยะยาวยังคงเป็นผลลบต่อปตท. อย่างไรก็ตาม แรงกดดันในระยะสั้นน่าจะผ่อนคลายลง

ทางบล. เมย์แบ็ง กิมเอ็ง มองว่าราคาหุ้น PTT ยังอืด YTD อยู่ที่ -9% เทียบกับ PTTEP ที่ขึ้นมา 22% สาเหตุน่าจะมาจาก 1) ขาดปัจจัยบวกที่ชัดเจน 2) มีประเด็นกังวลจากการเปิดเสรีก๊าซและความไม่ แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบต่อปริมาณก๊าซเนื่องจากผู้ผลิตไฟฟ้าเริ่มนำเข้า LNG 3) ปัจจัยพื้นฐาน เศรษฐกิจของไทยแย่ลง แต่ทางบล.กิมเอ็ง กิมเอ็ง เริ่มมีมุมมองบวกมากขึ้นต่อ PTT เนื่องจาก GDP ของไทยคาดว่าจะฟื้นตัว 4% ในปี 65 ความเสี่ยงประเด็นผู้ผลิตไฟฟ้านำเข้า LNG ได้ผ่อนคลายลง ในระยะสั้นเนื่องจากราคา LNG ที่สูงขึ้น ขณะที่ปัจจัยบวกสำหรับบริษัทย่อยกำลังมาแรง

ส่วนทางบล. กรุงศรีคาด ปริมาณขายจะฟื้นตัว QoQ ใน 4Q เนื่องจากไม่มีการปิดซ่อมบํารุงใหญ่ การดําเนินงานที่ GSPs จะฟื้นตัว QoQ จากราคาผลิตภัณฑ์อ้างอิงที่สูงขึ้น (PE, PP) กิจการร่วมค้าส่วน P&R จะฟื้นตัวแข็งแกร่งจากค่าการกลั่นที่ดีและกําไรสต๊อก โดยทางกรุงศรีมองว่า PTT ซื้อขายที่ระดับส่วนลดต่ำกว่า NAV 30% เทียบกับระดับเฉลี่ยในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาที่ต่ำกว่า NAV 10% ซึ่งที่ระดับส่วนลดนี้มากเกินไปในมุมมองของทางกรุงศรีเมื่อเทียบกับกระแสเงินสดของ PTT ที่จะดีขึ้นใน 2021-23 และ ROE ที่ดีขึ้น

โดย PTT ได้ติดสัญญาณ Radars “EPS Growth” หรือ กำไรต่อหุ้น (Earning Per Share – EPS) ไตรมาสปัจจุบันมากกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 40% ขึ้นไป และ “Decreasing Net Profit 3 Y” หรือ บริษัทที่มีกำไรสุทธิ (Net Profit) ลดลงต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน

[เพิ่มเติม] ⭐เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!” สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD

#StockRadars #ทำเรื่องหุ้นเป็นเรื่องง่าย #StockRadarsNews

หรือติดตามเรา ในช่องทางอื่นๆ

Website: https://www.stockradars.news

Application: https://www.stockradars.co/getradars

LINE: @StockRadars https://line.me/R/ti/p/%40stockradars

Telegram: https://t.me/StockRadars

Blockdit: https://www.blockdit.com/stockradars

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here