บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 มีกำไรสุทธิ 580.20 ล้านบาท ลดลง 37.16% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 923.34 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 6,182 ล้านบาท ลดลง 7.40% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน 6,677 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบของการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 6,121 ล้านบาท ลดลง 7.30% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 6,601 ล้านบาท

โดยนางวรรณิภา ภักดีบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OSP เปิดเผยว่า บริษัทคาดผลการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/64 หลังจากปัจจัยลบภายในประเทศคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และภาครัฐมีมาตรการยกเลิกการประกาศเคอร์ฟิว เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัวในช่วงต้นเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและบรรยากาศการซื้อสินค้าของผู้บริโภคให้กลับมาคึกคัก

บริษัทมีแผนธุรกิจหลักในปี 2022 เพื่อช่วยหนุนผลประกอบการของบริษัท ได้แก่

  1. ทําโครงการลดต้นทุน (Fast Forward 10x) โดยตั้งเป้าลดต้นทุนให้ได้ 5,000 ลบ. ภายใน 5-7 ปี จากการลดต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉพาะพวก Commodities และใช้ เทคโนโลยีมาช่วยในการทํางานมากขึ้นเพื่อลดต้นทุนด้านบุคลากร
  2. มีแผนกระตุ้นตลาดเครื่องดื่มโดยออกสินค้าใหม่ตามเทรนด์รักสุขภาพ รวมทั้งเครื่องดื่มผสมกัญชง โดยคาดว่าจะวางจําหน่ายได้ภายใน 1H22
  3. กระตุ้นยอดขายต่างประเทศให้เติบโตมากขึ้น
  4. ฟื้นฟูธุรกิจของใช้ส่วนตัว โดยขยายกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ “Babi Mild” ไปสู่กลุ่มผู้ใหญ่มากขึ้น
  5. หาหุ้นส่วนทางธุรกิจเพิ่มเติมเพื่อขยายการเติบโตของธุรกิจ เช่น การทํา M&A, B2B

โดยในปี 2022 บริษัทมีแผนจะเปลี่ยนขวดแก้วเครื่องดื่มบํารุงกําลังให้มีน้ําหนักเบาและบางลง โดยจะช่วยลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ได้ประมาณ 100 ลบ. ซึ่งจะมาช่วยลดผลกระทบของต้นทุนวัตถุดิบพวก Commodities ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นได้

บล. กรุงศรีมองว่า ใน 3Q21 ตลาดเครื่องดื่มบํารุงกําลังได้รับผลกระทบอย่างมากจากการล็อกดาวน์ โดยมูลค่าตลาดลดลง 16.3% แต่ OSP มียอดขายที่เติบโตดีกว่าตลาด และในเดือน ต.ค.-พ.ย. หลังจากเปิดเมือง เห็นการฟื้นตัวของยอดขายในกลุ่มเครื่องดื่มทั้ง Energy drink และ Functional drink อย่างชัดเจน จึงคาดว่ากําไรสุทธิได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 3Q21

ทางบล. กรุงศรีมองยอดขายฟื้นตัวอย่างชัดเจนใน 4Q21 รวมทั้งปีหน้าบริษัทมีแผนงานที่ชัดเจน เกี่ยวกับการลดต้นทุน และออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น ทางกรุงศรีจึงคาดว่าราคาหุ้นจะฟื้นตัวขึ้นได้จากกําไรสุทธิที่ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

โดย OSP ได้ติดสัญญาณ Radars “Net Profit Growth 3 Y” หรือ บริษัทที่มีกำไรสุทธิ (Net Profit) เติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน และ “GPM Above Avg” หรือ หุ้นที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) มากกว่าค่าเฉลี่ยของ Sector ซึ่งแสดงถึงความได้เปรียบทางการแข่งขันของ บริษัท โดยเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน

[เพิ่มเติม] ⭐เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!” สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD

#StockRadars #ทำเรื่องหุ้นเป็นเรื่องง่าย #StockRadarsNews

หรือติดตามเรา ในช่องทางอื่นๆ

Website: https://www.stockradars.news

Application: https://www.stockradars.co/getradars

LINE: @StockRadars https://line.me/R/ti/p/%40stockradars

Telegram: https://t.me/StockRadars

Blockdit: https://www.blockdit.com/stockradars

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here