มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า QE(Quantitative Easing) ถูกกล่าวถึงในสัปดาห์นี้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่นักลงทุนและตลาดส่วนใหญ่จับตามองท่าทีการประชุม Jackson hole ของธนาคารกลางสหรัฐหรือ FED ต่อประเด็นเรื่องผ่อนคลายการใช้มาตรการดังกล่าว

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ QE อาจดูเป็นเรื่องใหญ่มากเลยทีเดียว แล้วสิ่งนี้สำคัญหรือมีนัยยะต่อการลงทุนอย่างไรกันบ้างนั้น เราลองมาดู 5 สิ่งสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับ QE กันเลย  

          เรื่องแรก กลไกการส่งผ่านนโยบายการเงินในช่วงเวลาไม่ปกติได้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อช่วยให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นไปตามเป้าหมายของธนาคารกลางได้เร็วขึ้น ซึ่งมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณก็เป็นหนึ่งในแนวนโยบายเช่นนั้น ในขณะที่หากใช้นโยบายการเงินแบบปกติ ต้องเริ่มจากการใช้เครื่องมือ อาทิ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย การเปลี่ยนแปลงนโยบายการตั้งสำรอง ทำให้สถาบันการเงินมีเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไปและส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอีกทอดหนึ่ง ซึ่งนับว่าต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรกว่าจะเห็นผลของนโยบาย

          เรื่องที่สอง กลไกของ QE เป็นการเข้าไปซื้อสินทรัพย์ในตลาดตราสารทางการเงินเป็นจำนวนมาก เมื่อธนาคารเข้าไปซื้อตราสารพวกหนี้ ทำให้ราคาของสินทรัพย์เหล่านี้ยังคงอยู่ในระดับสูง ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยซึ่งมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับราคาก็อยู่ในระดับที่ต่ำ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินหรือต้นทุนการกู้ยืมที่ยังคงต่ำอยู่นั่นเอง ปรากฏการณ์แบบนี้ส่งผลต่อภาคเอกชนสามารถดำเนินการลงทุนโดยสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ได้มากขึ้น ความเสี่ยงในการลงทุนลดลง และกระตุ้นการใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง

          เรื่องที่สาม QE ก็มีผลกระทบต่อตลาดต่างประเทศอื่นๆ เช่นกัน หากมีการประกาศใช้ QE เพิ่มเติมจาก FED แนวโน้มของเงินดอลลาร์มักจะอ่อนค่าลง ส่งผลให้นักลงทุนไปลงทุนในกลุ่มประเทศอื่นๆ อาทิ กลุ่มตลาดเกิดใหม่ เนื่องด้วยจะมีการแข็งค่าของเงินที่มากขึ้น ในทางกลับกันหากมีการกลับทิศทางของ QE กระแสเงินทุนจะเคลื่อนย้ายกลับไปยังตลาดกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเช่นเดิม ทั้งนี้อาจเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นที่จะเห็นความผันผวนของกระแสเงินทุนในตลาดเกิดใหม่ ในระยะกลางและยาว ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ที่นักลงทุนรับรู้และคาดหวังต่อตลาดนั้นๆ

          เรื่องที่สี่ การใช้ QE มักควบคู่กับการให้แนวทางดำเนินนโยบายล่วงหน้า (Forward guidance) เพื่อให้ตลาดสามารถคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในอนาคตให้ลดลงหรือไม่ให้มีความผันผวนจนเกินไป ซึ่งแน่นอนว่าการประชุม Jackson hole ครั้งนี้ ทาง FED เองคงจะส่งสัญญาณบางอย่างทั้งในส่วนของ QE และแนวทางในอนาคตอย่างแน่นอน

          และเรื่องสุดท้าย ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่องว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อเริ่มพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง จะทำให้ธนาคารกลางดำเนินการต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างไรกันต่อ อีกทั้งสินทรัพย์ที่ธนาคารกลางได้เข้าไปซื้อเป็นส่วนงบดุลธนาคาร จะดำเนินการปล่อยสินทรัพย์เหล่านี้ออกสู่ตลาดอีกครั้งอย่างไรในอนาคต

          สิ่งหนึ่งที่ต้องจับตาของตลาดหุ้นไทย นั่นคือ กระแสเงินของนักลงทุนต่างชาติที่มีมูลค่าซื้อขายสุทธิยังคงติดลบอยู่ นั่นแสดงให้เห็นถึงเม็ดเงินไหลออกของกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน กลุ่มตลาดเกิดใหม่จึงอาจต้องระวังเรื่อง sentiment ของตลาดของกระแสไหลกลับของเงินทุนไปยังตลาดประเทศพัฒนาแล้วหากสัญญาณของ QE มีแนวโน้มผ่อนคลายลง ในระยะสั้นเอง ตลาดหุ้นของกลุ่มตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยอาจผันผวนพอสมควรและหากสถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่มีท่าทีที่จะฟื้นตัวดีขึ้น ผลกระทบระยะกลางและระยะยาวต่อภาพรวม set index ของไทยอาจหมดเสน่ห์ของปัจจัยพื้นฐานความคาดหวังของนักลงทุนพอสมควร

[เพิ่มเติม] ⭐เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!” สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD

#StockRadars #ทำเรื่องหุ้นเป็นเรื่องง่าย #StockRadarsNews

หรือติดตามเรา ในช่องทางอื่นๆ

Website: https://www.stockradars.news

Application: https://www.stockradars.co/getradars

LINE: @StockRadars https://line.me/R/ti/p/%40stockradars

Telegram: https://t.me/StockRadars

Blockdit: https://www.blockdit.com/stockradars

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here