โบรกฯไทยพาณิชย์ แจงผลวิเคราะห์ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ MINT มีผลประกอบการ 2Q64 ดีกว่าคาด มีปัจจัยหลักมาผลการดำเนินงาน NHH ที่ปรับตัวดีขึ้น หลังจากการกลับมาเปิดประเทศของยุโรปหลังจากล็อกดาวน์ แต่ผลประกอบการในไทยยังคงขาดทุนหนักจากผลกระทบจาก Covid-19 ที่ยืดเยื้อ

MINT รายงานขาดทุนสุทธิ 3.9 พันลบ. ใน 2Q64 ดีขึ้น จากขาดทุนสุทธิ 8.4 พันลบ.ใน 2Q63 และขาดทุนสุทธิ 7.2 พันลบ. ใน 1Q64 ดีกว่าที่ SCBS และตลาดคาด โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลการดําเนินงานที่ดีกว่าที่คาดของ NH Hotel Group (NHH) โดย สําหรับครึ่งปีแรก 2564 MINT มีขาดทุนสุทธิ 1.12 หมื่นลบ. เทียบกับขาดทุนสุทธิ 1.02 หมื่นลบ. ในช่วงเดียวกันของปี 2563

ธุรกิจโรงแรมของ MINT มีการดําเนินงานปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะ NH Hotel Group (NHH) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 52% ของรายได้ และเป็นกิจการหลักในยุโรปของ MINT มีรายงานขาดทุนสุทธิ 21 ล้านยูโร (ประมาณ 1.7 พันลบ.) ใน 2Q64 ลดลงจาก การขาดทุน 161 ล้านยูโรใน 2Q63 และขาดทุน 124 ล้านยูโรใน 1Q64 ผลการดําเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น YoY เกิดจากฐานที่ตํ่าของปีก่อนหน้า และผลการดําเนินงานที่ดีขึ้น QoQ ได้รับการสนับสนุนจากการกลับมาเปิดประเทศของยุโรปหลังจากล็อกดาวน์มาตั้งแต่เดือนมี.ค. โดยหากตัดเงินอุดหนุนของรัฐบาลจำนวน 39 ล้านยูโรออกไป NHH ยังคงมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ถึง 85% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยอัตราการเข้าพักสูงขึ้น จาก 14 % ใน 1Q64 เป็น 24% 2Q64

สำหรับธุรกิจร้านอาหารของ MINT ในประเทศไทยยังคงอ่อนแอ แต่กลับกันในต่างประเทศมีความแข็งแกร่งขึ้น โดยธุรกิจร้านอาหารถือเป็นสัดส่วน 37% ของรายได้ โดยยอดขายสาขาเดิม (SSS) เติบโต 6.1% ใน 2Q64 โดยเฉพาะ ธุรกิจร้านอาหารในประเทศจีนและออสเตรเลีย โดย ยอดขายสาขาเดิม (SSS) เติบโต 28% และ 74% ตามลำดับ ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยยังคงอ่อนแอ เพราะ ยอดขายสาขาเดิม (SSS) หดตัวลง 13.6% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอก 3 ของโควิด-19 และมาตรการ การจํากัดช่วงเวลาการเปิดให้บริการ และพื้นที่บริการนั่งรับประทานอาหารภายในร้านอาหาร รวมถึงการห้ามให้บริการนั่งรับประทานอาหาร สําหรับร้านอาหารในศูนย์การค้าที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้มที่รวมถึงกรุงเทพฯ ที่รัฐบาลบังคับใช้  

สภาพคล่องของ MINT ยังเพียงพอ โดยมีเงินสดในมือประมาณ 2.7 หมื่นลบ. ณ สิ้นเดือนก.ค. และมีวงเงินสินเชื่อคงเหลือประมาณ 3.1 หมื่นลบ. ทำให้ SCBS ประเมินว่าจะเพียงพอสําหรับการใช้สนับสนุนการดําเนินธุรกิจต่อไปได้อีก 58 เดือน โดยพิจารณาจากภาระค่าใช้จ่าย 1.0 พันลบ./เดือน สำหรับอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนของ MINT อยู่ที่ 2.2 เท่า ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2564 สูงขึ้นจาก 1.9 เท่า ณ วันที่ 31 มี.ค. 2564 ถึงอย่างไรก็ตาม ทางบริษัทได้รับผ่อนผันการทดสอบการดํารงอัตราส่วนทางการเงินไปจนถึงสิ้นปี 2565

SCBS เชื่อว่าการดําเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องใน 3Q64 โดยได้รับการสนับสนุนจากการดําเนินงานที่ดีขึ้นของ NHH ซึ่งโรงแรม ประมาณ 90% เปิด ให้บริการแล้วในเดือนมิ.ย. และอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นโดยประมาณถึง 45% ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.ค. โดย MINT เป็นหุ้นเด่นของ SCBS ในกลุ่มท่องเที่ยว 

โบรกฯไทยพาณิชย์ยังคงให้เรทติ้ง ระยะ 3 เดือนสําหรับ MINT ไว้ที่ OUTPERFORM และราคาเป้าหมาย 33 บาท/หุ้น เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ ของบริษัทได้มาจากตลาดยุโรปซึ่งน่าจะกลับมาเปิดประเทศได้เร็วกว่าประเทศไทย

โดยในช่วงนี้ MINT ได้ติดสัญญาณ Radars “Price Above Upper Band” หรือ​​ราคาตัดขึ้นเหนือขอบบนของ Bollinger Band 20 วัน และ Top 48 MostActiveVal หรือหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 48 อันดับแรก ภายใน 3 วันทำการ

[เพิ่มเติม] ⭐เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!” สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD

#StockRadars #ทำเรื่องหุ้นเป็นเรื่องง่าย #StockRadarsNews

หรือติดตามเรา ในช่องทางอื่นๆ

Website: https://www.stockradars.news

Application: https://www.stockradars.co/getradars

LINE: @StockRadars https://line.me/R/ti/p/%40stockradars

Telegram: https://t.me/StockRadars

Blockdit: https://www.blockdit.com/stockradars

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here