หลายๆ คนคงได้ยินข่าวการแถลงภาวะทางเศรษฐกิจของสภาพัฒน์ฯ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตัวเลขของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติหรือ GDP ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 ขยายตัวร้อยละ 7.5 โดยมีการขยายตัวที่เป็นบวกของการใช้จ่ายของภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ การสะสมทุน และมีเพียงการส่งออกสุทธิที่ติดลบเท่านั้น ทั้งหมดของแนวโน้มพวกนี้จึงดูเหมือนว่าแนวโน้มของเศรษฐกิจในปีนี้จะดูดีขึ้น แต่คาดการณ์รวมทั้งปีของสภาพัฒน์เองก็ได้ระบุว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งเติบโตเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น และทั้งปี 2564 นี้จะขยายเพียงกรอบแคบ ๆ เพียงร้อยละ 0.7 – 1.2 เท่านั้น สรุปแล้วตัวเลขนี้บอกอะไรกับเรามากน้อยแค่ไหน

         เมื่อลองนำตัวเลขในไตรมาสที่สองในรายละเอียดปลีกย่อยออกมา จะพบว่ามีความน่าสนใจอยู่หลายอย่าง ดังเช่น การลงทุนภาคเอกชนที่มีการเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 โดยมีการลงทุนในเครื่องจักรเครื่องมือทางการผลิตมากขึ้น ในขณะที่การลงทุนในการก่อสร้างลดลง นอกจากนี้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของไทยก็ขยายตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรอุปกรณ์ เคมีภัณฑ์และปิโตรเลียม โดยมีปัจจัยเร่งจากตลาดหลักของปลายทางสินค้าส่งออกเหล่านี้

         นอกจากนี้ การบริโภคของภาคเอกชนพบว่าสินค้าคงทนและไม่คงทนมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น ในขณะที่กลุ่มสินค้ากึ่งคงทนมีแนวโน้มลดลง อุตสาหกรรมที่อาจได้รับอานิสงค์เพิ่มเติมจากแนวโน้มเช่นนี้ อาทิ กลุ่มไฟฟ้าและพลังงาน บริการสุขภาพ พร้อมด้วยกลุ่มขนส่งและกักเก็บสินค้าก็กลับมาขยายตัวอีกครั้งด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กลุ่มก่อสร้างกลับชะลอลงตามอุปสงค์การก่อสร้างภาครัฐที่ชะลอลงประกอบกับอุปสงค์ภาคเอกชนที่ยังคงลดลง รวมไปถึงกลุ่มที่พักและบริการด้านอาหาร ขายส่ง-ปลีกที่มีขยายตัวจากฐานที่ต่ำในไตรมาสที่สองของปีที่แล้ว ทำให้สามอุตสาหกรรมนี้ยังคงติดตามสถานการณ์ความเสี่ยงการแพร่ระบาดที่ส่งผลต่อการเติบโตได้เช่นกัน

         จากแนวโน้มที่กล่าวมา สามอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวในทางที่ดีขึ้น อาทิ กลุ่มเคมีภัณฑ์และปิโตรเลียม กลุ่มยานยนต์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยกลุ่มไฟฟ้าและพลังงาน บริการสุขภาพ ขนส่งกักเก็บสินค้าที่ค่อยๆ ฟื้นตัวมากขึ้น ในทางกลับกันสามอุตสาหกรรมที่แนวโน้มชะลอตัวหรืออาจต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด อาทิ กลุ่มก่อสร้าง ที่พักและบริการด้านอาหาร ตลอดจนกลุ่มขายส่ง-ขายปลีก

         ทั้งนี้ ยังคงมีปัจจัยที่ยังคงต้องให้ความสำคัญเพิ่มเติม อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมต่อเศรษฐกิจและดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลง นอกจากนี้แล้ว สถานการณ์การแพร่ระบาดของระลอกใหม่ของ     โควิด-19 ส่งผลต่อความเปราะบางทางการเงินของครัวเรือนไทยมากขึ้น อุตสาหกรรมการผลิตต่างๆที่ต้องชะลอตัว แม้จะมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นได้ช้าๆ ก็ตาม ดังนั้น ในระยะสั้นและระยะยาวของการลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ จึงอาจจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

[เพิ่มเติม] ⭐เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!” สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD

#StockRadars #ทำเรื่องหุ้นเป็นเรื่องง่าย #StockRadarsNews

หรือติดตามเรา ในช่องทางอื่นๆ

Website: https://www.stockradars.news

Application: https://www.stockradars.co/getradars

LINE: @StockRadars https://line.me/R/ti/p/%40stockradars

Telegram: https://t.me/StockRadarsBlockdit: https://www.blockdit.com/stockradars

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here