สินมั่นคงประกันภัย SMK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/64 ขาดทุน 359 ล้านบาท จากกำไร 218.03 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันก่อนหน้า เหตุจากรายได้เบี้ยประกันลดลง 199.86 ล้านบาท (-7.44%) และค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มมากขึ้นถึง 3,131.14 ล้านบาท (+28.43%) 

ภายในวันนี้ (13 สิงหาคม 2564) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้รับรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/64 จากนายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ SMK ว่า บริษัทขาดทุนสุทธิ​ 359.43 ล้านบาท​ เมื่อเทียบจากไตรมาส 2/63 ที่มีกำไรสุทธิ 218.03 ล้านบาท ทำให้กำไรลดลงกว่า 264.86%

โดยทาง SMK ได้ชี้เจงสาเหตุหลักที่ทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้น ดังนี้

1. รายได้รวมของบริษัทฯในไตรมาส 2 ปี 2564 เท่ากับ 2,675.99 ล้านบาท ลดลง 29.61 ล้านบาท จากช่วงระยะเวลาเดียวกัน ปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,705.60 ล้านบาท คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 1.09 ซึ่งเกิดจากสาเหตุหลัก ดังนี้

1.1 เบี้ยประกันภัยรับในไตรมาสนี้เท่ากับ 2,852.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 660.56 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 30.14 ในขณะที่ในไตรมาส2 ปี 2563 เบี้ยประกันภัยรับมีอัตราเติบโตลดลงร้อยละ 20.96 ส่งผลให้เบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้ในไตรมาส2 2564 ลดลง 199.86 ล้านบาท คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 7.44

1.2 รายได้และกำไรจากการลงทุนเพิ่มขึ้น 163.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8,037.93 เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น 207.57 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 179.08 ในไตรมาสที่2 ของปี2564 มีการปรับพอร์ตการลงทุนส่งผลให้มีผลกำไรจากเงินลงทุน ในขณะที่ไตรมาสเดียวกันของปี2563 มีผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุนและการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนเผื่อขายเนื่องจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET INDEX) ปรับตัวลดลงอย่างมากจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา

2. ค่าใช้จ่ายรวมเท่ากับ 3,131.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอัตราร้อยละ 28.43 จากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวม เท่ากับ 2,437.93 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากสาเหตุหลัก ดังนี้ 

2.1 ค่าสินไหมทดแทนในไตรมาส 2 ปี 2564 เท่ากับ 2,284.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 733.43 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 47.29 เป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ซึ่งยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 

2.2 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเท่ากับ 1.76 ล้านบาท ลดลง 139.56 ล้านบาท คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 98.75 เป็นผลจากปีก่อนมีการบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตจากหุ้นกู้เอกชนที่บริษัทฯลงทุน จำนวน 141.32 ล้านบาท

อ่านต่อได้ที่ : https://www.set.or.th/set/pdfnews.do?newsId=16288070681471&sequence=0

ทั้งนี้ ในช่วง 16 กรกฎาคม 2564 ทางสินมั่นคงประกันภัยได้ออกมายกเลิก “ประกันโควิด-19” แบบเจอจ่ายจบ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทวีความรุนแรงอย่างหนัก ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เอาประกันอย่างหนัก รวมถึงสื่อต่างๆให้ความสนใจ และหยิบยกประเด็นในการยกเลิกประกันภัยกลางคันมาเป็นประเด็นร้อนแรงในการนำเสนอข่าว

ส่งผลให้ทาง คปภ. ได้ออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าว และมีคำสั่งต่อสินมั่นคงประกันภัยบริษัทประกันภัยว่า “ไม่สามารถบอกเลิกสัญญาโควิดกับผู้เอาประกันโดยการแจ้งล่วงหน้า 30 วันได้แล้ว ดังนั้น กรมธรรม์โควิด เจอ จ่าย จบ ของทุกท่านที่ทำไปแล้ว จะมีผลใช้บังคับต่อไป”

หลังจากได้รับคำสั่งจาก คปภ. จึงทำให้สินมั่นคงประกันภัย ได้ออกมาชี้แจ้งต่อผู้เอาประกันผ่านสื่อ ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 ว่า “ยกเลิกจดหมายบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนาแบบเจอจ่ายจบ โดยบริษัทยืนยันให้ความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันให้ไวรัสโคโรนาดังกล่าวกับลูกค้าตามเดิม” ส่งผลให้ผู้ที่ซื้อประกันโควิด-19 เจอ จ่าย จบ สามารถได้รับสิทธิ์การเคลมกรมธรรม์ตามเดิม

โดยในวันนี้ SMK ได้ติดสัญญาณ Radars “EPS Regression” หรือกำไรต่อหุ้น (Earning Per Share – EPS) ไตรมาสปัจจุบัน น้อยกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 40 % ขึ้นไป และมีอัตราการเทขายในวันนี้อยู่ที่ 52.69% ทำให้ราคาปรับตัวลดลง 10.24%มาอยู่ที่ 28.59 บาทต่อหุ้น

[เพิ่มเติม] ⭐เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!” สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD 

#StockRadars #ทำเรื่องหุ้นเป็นเรื่องง่าย #StockRadarsNews  

หรือติดตามเรา ในช่องทางอื่นๆ 

Website: https://www.stockradars.news 

Application: https://www.stockradars.co/getradars 

LINE: @StockRadars https://line.me/R/ti/p/%40stockradars 

Telegram: https://t.me/StockRadars 

Blockdit: https://www.blockdit.com/stockradar

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here