📌 SPCG เตรียมเสนอผู้ถือหุ้น กรณีลงทุน 2.3 หมื่นลบ. โครงการโซลาร์ฟาร์มใน EEC กำลังผลิตไม่น้อยกว่า 500 MW คาดพร้อมเปิดใช้ในปี 69

บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG แจ้งให้ทราบถึงมติท่ีประชุมบอร์ดบริษัทฯ เมื่อวันท่ี 25 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งได้พิจารณาและอนุมัติในเรื่องสำคัญ โดยเห็นชอบให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติการลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) สำหรับใช้ในพื้นที่เมืองใหม่ เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมไม่น้อยกว่า 500 เมกะวัตต์ ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนไม่เกิน 23,000 ล้านบาท ผ่านบริษัท เซท เอนเนอยี จำกัด (SET Energy) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับบริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PEA ENCOM) ซึ่งจัดตั้งโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อดำเนินธุรกิจการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบต่างๆ

โดยการเข้าลงทุนในโครงการข้างต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนให้พื้นที่ EEC ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เป็นเมืองพลังงาน สะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับการพัฒนาท่ียั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) รวมถึงช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน สนับสนุนการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว นอกจากนี้การเข้าลงทุนในโครงการฯ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และกระแสเงินสดของบริษัทฯ

โดยการลงทุนในโครงการดังกล่าว บริษัทฯ อาจพิจารณาจัดหาเงินทุนในรูปแบบ เงินกู้สถาบันการเงิน (Project Finance) ที่ SET Energy การออกหุ้นกู้และ/หรือ การเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) ที่บริษัทฯ หากจำเป็น

ท้ังน้ี จะมีการเริ่มลงทุนในโครงการฯ ต่อเมื่อ SET Energy เข้าทำลงนามในสัญญา ซื้อขายไฟฟ้ากับ PEA ENCOM ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2563 และ บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในวันที่ 15 มกราคม 2564

สำหรับการลงทุนในโครงการดังกล่าว บริษัทฯ คาดว่าจะเริ่มดําเนินการตามแผนการลงทุนโครงการ ภายในปี 2564 และคาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างใน ปี 2564 โดยจะลงทุนตามปริมาณความต้องการการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ และพื้นที่ 5 ตําบล ในเขตอําเภอบางละมุง โดยคาดการณ์ที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมดําเนินกํารเชิงพาณิชย์ รวมอย่างน้อย 300 เมกะวัตต์ ภายในปี 2565 และจะพิจารณาการลงทุนเพิ่มกําลังผลิตติดตั้งอีก 200 เมกะวัตต์ ตามการเพิ่มขึ้นของปริมาณใช้ไฟฟ้าที่คาดการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ และพร้อมดําเนินการเชิงพาณิชย์ไม่น้อยกว่า 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2569

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะมีการพิจารณาการลงทุนก่อสร้างตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ดังกล่าว ในกรณีที่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลง โดยภายหลังจากที่ได้รับอนุมัติโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว บริษัทฯ จะว่าจ้างบุคคลต่างๆ ที่มีความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญทําการออกแบบทางวิศวกรรมในรายละเอียด จัดซื้อ ก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องจักรต่างๆ ที่จําเป็นสําหรับโครงการฯ ตามขั้นตอนและระเบียบของบริษัทฯ

[เพิ่มเติม] ⭐️ เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!”

สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here