🔥 STGT ปล่อยผลดำเนินงาน Q3 ทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน +4,113.6% YoY รวมถึงมีรายได้สูงสุดเช่นกัน +169.9% YoY พร้อมทั้งนัดจ่ายปันผล 9 เดือนแรกรวมกับกำไรสะสม 9 ธ.ค. นี้ หุ้นละ 1.25 บาท

บริษัท ศรีตรังโกลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ได้เปิดเผยผลดำเนินงาน Q3/2563 สร้างสถิติใหม่ทั้งรายได้และกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยสรุปรายได้ที่ 8,142.1 ลบ. เติบโต 169.9% YoY และ 67.6% QoQ และกำไรสุทธิสรุปที่ 4,401.9 ลบ. เติบโต 4,113.6% YoY และ 316.5 QoQ

จากความต้องการถุงมือยางเติบโตอย่างโดดเด่น โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ทั่วโลกเฉลี่ยในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 255,300 รายต่อวัน จากค่าเฉลี่ยที่ 104,188 รายต่อวันในไตรมาส 2/2562 รวมถึงยังมีความต้องการใช้งานในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก

ด้วยเหตุนี้ ความต้องการใช้ถุงมือยาง PPE ขั้นพื้นฐานยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับกำลังการผลิตและวัตถุดิบที่มีอยู่อย่างจำกัด ส่งผลให้ราคาถุงมือยางในตลาดโลกปรับสูงขึ้นเป็นอย่างมาก

ราคาขายเฉลี่ยหนุนรายได้และกำไรเติบโต

การเติบโตของรายได้และกำไรที่กล่าวข้างต้นนั้น โดยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดอยู่ที่ 1,140 บาทต่อพันชิ้น ขยายตัว 89.1% YoY และ 73.2% QoQ และปริมาณการขายของบริษัทขยายตัว 42.8% YoY จากการเพิ่มกำลังผลิตของโรงงานสาขาหาดใหญ่และสาขาตรังที่แล้วเสร็จเมื่อเดือน ก.พ. 2563

ทั้งนี้ ทางบริษัทได้เปิดเผยมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2563 โดยคณะกรรมการได้มีมติให้มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลจากผลดำเนินงาน 1 ม.ค. – 30 ก.ย. 2563 และกำไรสะสม ในอัตราหุ้นละ 1.25 บาท กำหนดจ่ายวันที่ 9 ธ.ค. 2563 โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record Date) 30 พ.ย. 2563 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 27 พ.ย. 2563

[เพิ่มเติม] ⭐️ เปิดบัญชีเทรดผ่าน StockRadars กับหลักทรัพย์ กรุงศรี วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีขั้นต่ำ ง่าย อนุมัติเร็ว และ ยังได้ใช้ StockRadars “ฟรีทุกฟีเจอร์ !!”

สมัครเลยที่ 👉🏻 https://bit.ly/33AyotD