วันนี้ (23 มิ.ย. 2563) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) MINT ได้ประกาศความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ลักษณะคล้ายทุน สกุลเงินเหรียญสหรัฐ ประเภทไม่ด้อยสิทธิและมีประกันอายุ 3 ปี ในตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ จำนวน 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ยืนยันถึงแรงสนับสนุนของตลาด เสริมความแข็งแกร่งทางการเงินให้ MINT

โดยหุ้นกู้ดังกล่าว ได้รับการจัดอันดับเครดิตจากบริษัทมูดีส์ที่ระดับ Baa2 และจากบริษัทฟิทช์ เรทติ้งส์ที่ระดับ BBB และมีการค้ำประกันโดยไม่มีเงื่อนไขและไม่สามารถเพิกถอนได้จากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาฮ่องกง โดยหุ้นกู้มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 3.10% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าค่าตอบแทนเริ่มต้น (Initial Price Guidance) ถึง 0.7% ด้วยยอดจองที่จัดสรรถึง 11 เท่า ณ จุดสูงสุดของการทำการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Book Building) จากการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากนักลงทุนต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อบริษัท
88% ของหุ้นกู้ได้ถูกจัดสรรให้กับนักลงทุนในทวีปเอเชีย และส่วนที่เหลืออีก 12% ถูกจัดสรรให้นักลงทุนในทวีปยุโรป อีกทั้งประมาณ 87% ของหุ้นกู้ได้ถูกจัดสรรให้กับผู้จัดการกองทุนและบริษัทประกัน

โดยเงินที่ได้จากการขายหุ้นกู้ดังกล่าวนี้ จะนำไปชำระคืนเงินกู้ที่มีอยู่เดิมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท ซึ่งจะถูกบันทึกเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นของ MINT ภายใต้มาตรฐานบัญชี TAS 32

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จในการเสอนขายหุ้นกู้ ที่มีลักษณะคล้ายทุนในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการยืนยันถึงแรงสนับสนุนของตลาดที่มีต่อ MINT และกลยุทธ์ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน โดยขั้นตอนต่อไปสำหรับบริษัท คือการดำเนินการจัดหาเงินทุนให้สำเร็จตามแผนที่ได้วางไว้” นายไบรอัน เดลานี่ ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกล่าว

“บริษัทได้ผ่านจุดวิกฤตสุดของการระบาดของโรค COVID-19 ในเดืนเมษายนแล้ว และบริษัทพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าและสร้างการเติบโตต่อไป โดย MINT อยู่ในระหว่างการดำเนินการวางแผน Business Beyond COVID เพื่อให้ธุรกิจในเครือทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจปรับตัวและรองรับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภค สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราจะยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับผู้ถือหุ้น”

ทั้งนี้ การบริหารจัดการทุนอย่างรอบคอบดังกล่าว จะส่งผลให้ฐานะทางการเงินของ MINT มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ด้วยอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่คาดว่าจะกลับมาอยู่ที่ 1.3 เท่าภายในสิ้นปี 2563 ซึ่งเป็นระดับเป้าหมายภายในของบริษัท และจะช่วยให้ MINT สามารถที่จะได้รับประโยชน์จากโอกาสในการเติบโตในตลาดหลักทั้วโลกหลักจากการระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความยืนหยุ่นในการจัดการโครงสร้างเงินทุน MINT ได้รับอนุัติจากเจ้าหนี้ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงผู้ถือหุ้นกู้และเจ้าหนี้ธนาคาร ในการแก้ไขข้อกำหนดเกี่ยวกับเงื่อนไขการดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 1.75 เท่า โดยยินยอมให้ยกเว้นการทดสอบอัตราส่วนดังกล่าวในอีก 3 ไตรมาสต่อจากนี้ จนถึงสิ้นปี 2563

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here