⚡️ในไตรมาสนี้ หุ้นโรงไฟฟ้าได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่แล้วมีการรับรู้รายได้จากผลการดำเนินงานที่ดี แต่ในส่วนของงบการเงินรวมของหลายบริษัท มีการรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและผลจากมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ร่วมด้วย ทำให้งบการเงินรวมสะท้อนขาดทุนในส่วนที่ไม่เป็นตัวเงินและไม่กระทบกระแสเงินสดอยู่บ้าง

1-บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) SUPER กำไรสุทธิ Q1/2563 719 ล้านบาท +82% YoY บริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 66 ล้านบาท โดยหลักมาจากการรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศเวียดนาม และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 336 ล้านบาท เป็นผลมาจากการแปลงค่าเงินให้กู้ยืมในบริษัทย่อย

2-บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) GPSC กำไรสุทธิ Q1/2563 +1,580 ล้านบาท +68% YoY ได้รับผลบวกจากการอ่อนตัวของค่าเงินบาทกับดอลลาร์สหรัฐฯ ราคาก๊าซธรรมชาติปรับตัวลดลง โดยบริษัทมีกำไรในส่วนของบริษัทใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 68% เนื่องจากการรับรู้รายได้จาก GLOW เต็มไตรมาส

3- บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) EA กำไรสุทธิ 1,452 ล้านบาท +20% YoY โดยบริษัทมีรายได้จากการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 645 ล้านบาท รวมทั้งมีส่วนงานผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล ที่มีปัจจัยบวกทางด้านราคาจำหน่ายที่สูงขึ้น 122% ทำให้มีรายได้ในส่วนนี้เพิ่มขึ้น 983 ล้านบาท

4-บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) BPP กำไรสุทธิ 975 ล้านบาท -22% YoY สาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายการจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน ในบริษัทย่อย เป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วม ทำให้มีการรับรู้ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และธุรกิจขายไฟฟ้าในงบการเงินรวมเฉพาะเดือน ม.ค.-ก.พ. 2563 ส่วนผลดำเนินงานในเดือนมีนาคม ได้ถูกรวมอยู่ใน บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด ซึ่งถือเป็นบริษัทร่วม

5-บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) RATCH กำไรสุทธิ 1,361 ล้านบาท -22% YoY มีการรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากสกุลเงินเหรียญออสเตรเลียอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งหากไม่รวมผลกระทบนี้ บริษัทจะมีกำไรจำนวน 1,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5%

6-บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) BGRIM กำไรสุทธิ 81 ล้านบาท -84.8% YoY เป็นผลมาจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เกิดขึ้นจริง 886 ล้านบาท และบริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เติบโต 54% YoY โดดเด่นจาก (1) การรับรู้ผลดำเนินงาน 820 เมกะวัตต์เต็มไตรมาส จากการขยายธุรกิจในปีก่อน และการเข้าซื้อโครงการอ่างทอง พาวเวอร์ (2) การเพิ่มขึ้นของฐานลูกค้าอุตสาหกรรม (3) การปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนอย่างต่อเนื่อง

7-บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) EGCO ขาดทุนสุทธิ 413 ล้านบาท -111% YoY บริษัทได้รับผลกระทบจากการรับรู้รายได้แบบสัญญาเช่าและผลกระทบจากมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 เรื่องเครื่องมือการเงิน โดยหากไม่นำรายการดังกล่าวมาวิเคราะห์ จะพบว่าบริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน 2,357 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 2,915 ล้านบาท ลดลง 19% YoY

8-บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) GULF ขาดทุนสุทธิ 413 ล้านบาท -146% YoY ภายใต้มาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เช่น มีการรับรู้มูลค่ายุติธรรมของสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยในงบการเงิน โดยหากไม่รวมผลกระทบดังกล่าวนี้ บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน 925 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY จากการรับรู้รายได้ยอดขายเต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้า SSP ทั้ง 12 โครงการในกลุ่ม GMP และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 โครงการในเวียดนาม

9-บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) CKP ขาดทุนสุทธิ 340 ล้านบาท -344% YoY โดยหลักมาจากรายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำที่ลดลงจาก Q1/2562 อยู่ที่ 2,362 ล้านบาท เป็น 1,595 ล้านบาท ลดลง 33% YoY

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here