บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) Holding Company ธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และน้ำเย็น ได้รายงานผลดำเนินงานช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2563

ระบุ จากสถานการณ์การแแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจชะลอลง บริษัทยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบกับปริมาณการขายไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทมีสัญญาขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คิดเป็น 89% ของกำลังการผลิตของบริษัททั้งหมด

ส่วนความคืบหน้าในการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศไทย ยังคงดำเนินการได้ตามแผนงานเดิม แต่มีโครงการบางแห่งที่ได้รับผลกระทบ ทำให้งานก่อสร้างล่าช้าลงไป เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Mekong ในประเทศเวียดนาม เฟส 1 คาดการณ์ว่ากำหนดเปิดดำเนินการเลื่อนไปเป็นเดือนพฤษภาคม 2564

ทั้งนี้ จากผลดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 20.1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้ยอดขายเต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้าทั้ง 12 โครงการในกลุ่ม GMP และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 โครงการในเวียดนาม

กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) เพิ่มขึ้น 8% จาก 857 ล้านบาทเป็น 925 ล้านบาท
แต่บริษัทมีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
ได้บันทึกขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1,338 ล้านบาท

โดยหลักมาจากโครงการไฟฟ้าภายใต้กลุ่ม GMP มีการกู้ยืมระยะยาวในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจะทำให้บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และหากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจะทำให้บริษัทขาดทุน

อย่างไรก็ตาม การกู้ยืมเป็นหนี้ระยะยาวยังไม่ถึงกำหนดชำระ จึงทำให้กำไร(ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว ยังไม่เกิดขึ้นจริง

รวมทั้งบริษัทได้มีการบันทึกขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 413 จากการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้น โดยผลขาดทุนดังกล่าวเป็นเพียงการบันทึกรายการทางบัญชี

บริษัทยืนยันไม่ได้มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด และผลประกอบการของบริษัทแต่อย่างใด

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here