7 คำถามและคำตอบที่ได้สรุปมาให้จากการแถลงข่าวของ นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หลังวันนี้ 23 มี.ค. 2563 มีการใช้เกณฑ์เซอร์กิตเบรกเกอร์ใหม่ และตลาดหุ้นไทยมีการพักการซื้อขายรอบ 3 ในระยะเวลา 1 เดือน และเป็นครั้งที่ 6 ของตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นไทยโอกาสจะปิดเหมือนตลาดหุ้นจีนและฟิลิปปินส์?

สิ่งสุดท้ายที่ตลาดหุ้นไทยจะปิดได้ ก็ต้องมาจากภาคธนาคารพาณิชย์มีการปิดให้บริการเท่านั้น นอกจากนั้นไม่มีเหตุผลและนโยบายอื่นที่จะปิดตลาดหุ้นไทย

ตลท.มีมาตรการอื่นที่จะมาเรียกความเชื่อมั่นอีกหรือไม่

ปัจจุบัน ตลท. ยังมีการพิจารณามาตรการอื่นๆ ที่อาจจะใช้ในอนาคตอื่นด้วย แต่ต้องพิจารณาตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ประกอบกับซื้อเวลากับข่าวใหม่ หรือข่าวดีที่จะเข้ามา และเชื่อว่าขณะนี้ 2 มาตรการที่ออกไปชั่วคราวถือว่าเพียงพอในเวลานี้ (ซิลลิ่ง-ฟลอร์ /เซอร์กิต เบรกเกอร์ / ชอร์ตเซล)

กองทุนพยุงหุ้นยังพิจารณา?

การทำกองทุนพยุงหุ้น ยังมองอยู่ แต่ต้องพิจารณามาตรการให้มีประสิทธิภาพอย่างไรบ้าง เพราะหากเทียบกับปัจจุบันตลาดหุ้นไทยเริ่มเคลื่อนไหวรุนแรงน้อยกว่าตลาดอื่น เมื่อเทียบกับช่วงแรกที่ไทยอาจจะได้รับผลกระทบที่แรงกว่า

มีการเรียกความเชื่อมั่นจากผู้ลงทุนวิธีอื่นอีกหรือไม่

ตอนนี้พยายามให้ข้อมูลสำคัญกับการประเมินราคาสินทรัพย์ต่างๆ ที่ทำให้นักลงทุนสามารถมองโอกาสในการลงทุนในอนาคตได้อีกทางหนึ่ง เพราะเห็นจากวันนี้ ไม่ใช่หุ้นทุกอุตสาหกรรมที่ร่วงหมด เช่น ยังมีหุ้นกลุ่มสื่อสาร การบริโภค การขนส่ง ที่ยังบวกอยู่ ซึ่งเป็นไปตามเหตุการณ์หรือข่าวที่เกิดขึ้น

มองปัจจัยอื่นที่จะทำให้ภาวะหุ้นดีขึ้นอย่างไร

มั่นใจว่าภาครัฐเริ่มให้ยาแรงแล้ว จากการปิดพื้้นที่บริเวณกรุงเทพและปริมณฑล โดยเชื่อว่าความไม่แน่นอนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะสามารถแก้ปัญหาได้ดีขึ้น

มองการระดมทุนไอพีโอ

แผนการเข้าระดมทุนหุ้นไอพีโอตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะเข้ามาระดมทุนเพราะมีผลกระทบอีกมาก ตั้งแต่เรื่องราคาหุ้น หรือการปรับลดของน้ำมัน การที่หุ้นไอพีโอจะเลื่อนไปช้ากว่ากำหนดขึ้นอยู่กับความจำเป็นการใช้เงินของแต่ละบริษัทนั้น

มีนโยบายทางภาษีสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย?

นโยบายเกี่ยวกับภาษีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางผู้ลงทุนรายบุคคล ภาครัฐต้องเป็นผู้พิจารณาว่าจะใช้มาตรการอะไรแก้ไข

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here