ดูเหมือนว่าตอนนี้สินทรัพย์ทุกประเภทราคาดิ่งกันหมด ตั้งแต่ หุ้น พันธบัตร ทองคำ น้ำมัน รวมถึงบิทคอยน์ด้วย 

“วิจิตร อารยะพิศิษฐ” ผู้อำนวยการอาวุโส นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ได้ไขคำตอบเรื่องนี้ให้เห็นตามประเภทแต่ละสินทรัพย์

  • หุ้น ที่ทุกวันนี้ตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งรวมถึงหุ้นไทยด้วยนับตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นได้ปรับลดลงมาในทิศทางเดียวกันแล้วกว่า 30 % 
  • พันธบัตร ก่อนหน้าที่มีเม็ดเงินไหลเข้าไปพักเงินที่ตลาดพันธบัตรเป็นจำนวนมาก จนอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปี ลดลงต่ำกว่า 1 % และหลายประเทศก็มีทืศทางเป็นเช่นนั้น แต่ปัจจุบันกลับพบว่า ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวมีจังหวะกระตุกขึ้นมาแล้ว และผลตอบแทนก็เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เห็นแรงขายพันธบัตรออกมา 
  • ทองคำ นักลงทุนได้กลับมาเห็นราคาทองคำมีการปรับขึ้นสูงสุดรอบ 7 ปี และจ่อขึ้นไปที่ระดับ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ แต่ปัจจุบันก็เริ่มมีการขายทำกำไรทองออกมาแล้ว 
  • น้ำมัน หลังจากที่มีการแยกทางกันไม่รู้จะสักพักหรือจะระยะยาว ระหว่างซาอุดิอาระเบียกับรัสเซีย หลังมีความเห็นต่างเรื่องการลด/เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ก็ทำให้ราคาน้ำมันโลกมีการปรับตัวลดลงมาตลอด ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่เพิ่มเติมเข้ามาในเรื่องของ Supply การผลิต จากที่เดิมทีมีปัจจัยกดดันจาก Demand หรือความต้องการใช้น้ำมันโลกที่จะหายไปอยู่แล้ว ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่คนจะใช้น้ำมันลดลง เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยล่าสุดเมื่อคืนนี้ที่ราคาน้ำมันทำสถิติต่ำสุด รอบ 18 ปี โดยราคาน้ำมัน WTI -24% และน้ำมันดิบ Brent -13% จึงทำให้โกลแมนแซ็กมองราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 2 จะค้างที่ระดับกว่า 20 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เพราะผลกระทบทั้งจากการผลิตและความต้องการใช้น้ำมันอยู่ช่วงที่ลดลงทั้งคู่

คำถามคือ แล้วตอนนี้เม็ดเงินไปพักอยู่แห่งหนใด???

อยากให้ลองดูว่า ปัจจุบัน “ดอลลาร์ อินเด็กซ์” มีการปรับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอดีตที่ผ่านมาในทุกวิกฤตดอลลาร์อินเด็กซ์ พยายามจะกระตุกกลับขึ้นมาต่อเนื่อง โดยปีที่มีวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ 2551 ดอลลาร์ อินเด็กซ์ ปรับขึ้นมาจากระดับ 70 จุดเป็น 90 จุด ขณะที่ปัจจุบันตอนนี้แนวต้านสำคัญของ ดอลลาร์ อินเด็กซ์ มีระดับแนวจิตวิทยาสำคัญอยู่ที่ระดับ 100-101 จุดแล้ว 

“ปัจจุบันเม็ดเงินวิ่งกันรุนแรง พอตอนนี้เห็นดอลลาร์ อินเด็กซ์ ขึ้น ทำให้เห็นว่าดอลลาร์สหรัฐพยายามจะแข็งค่าขึ้น แสดงว่าเม็ดเงินกำลังไหลเข้าดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นย้ายมาจากสินทรัพย์ที่ต่อเนื่องมาจากหุ้น ทองคำ น้ำมัน เข้ามาถือเงินดอลลาร์สหรัฐแทน ขณะที่หลายสินทรัพย์มีการอ้างอิงค่าเงินหรือโค้ดราคาด้วยสกุลดอลลาร์สหรัฐด้วยกันทั้งนั้น จึงเป็นเหตุทำให้เห็นการกระแทกราคาของทองคำลงมา ขณะที่ราคาน้ำมันได้รับปัจจัยผลกระทบของอุปสงค์และอุปทานที่ลดลงเลยทำให้ราคาดิ่งแรงลงไปอีก” 

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันทั่วโลกมีเม็ดเงินและสภาพคล่องที่สูงมาก ซึ่งจำเป็นต้องไหลเข้าไปสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเสมอ และก็จะเห็นว่าตอนนี้ทุกสินทรัพย์ผ่านวงจรทั้งขาขึ้นและขาลงมาแล้ว แม้ตอนนี้เหมือนเม็ดเงินได้เคลื่อนเจ้ามาถือเงินสด แต่ในรูปดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น แต่นักลงทุนก็ต้องจับตาในระยะสั้นด้วยว่า เม็ดเงินพร้อมที่จะกลับไปในสินทรัพย์ไหนต่อ อย่างหนึ่งที่ต้องสังเกตว่า คือหุ้นใช่มั้ย เพราะปัจจุบันราคาหุ้นก็ปรับลดลงมาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานจำนวนมาก จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า เม็ดเงินจะรอจังหวะกลับตัวเข้าหุ้นเมื่อไรให้ดี !!!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here