นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในตลาดทุน ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ.) บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) และคัสโตเดียน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นรายจ่ายที่ให้กับตลท. เฉลี่ยปีละ 500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจุดที่เป็นข้อจำกัดหรือ Painpoint ในการทำธุรกิจของอุตสาหกรรมตลาดทุนในตอนนี้ และครอบคลุมบริษัทกว่า 800 บริษัท ทั้ง บจ. บล. บลจ. และคัสโตเดียน

“เพราะการที่ลดต้นทุนทุกรูปแบบให้กับตัวกลาง ผู้ประกอบการตลาดทุน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อที่จะทำให้อุตสาหกรรมตลาดทุนเดินหน้าต่อได้ไป และทุกคนในอุตสหากรรมอยู่ได้ เพราะสุดท้ายถ้าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอยู่ได้ นักลงทุนก็จะได้ประโยชน์ในที่สุด”

สำหรับมาตรการมาตรการเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน และเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจ ประกอบด้วย

1.มาตรการช่วยเหลือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์

ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับบริษัทที่มอบหมายให้บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ (TSD) เป็นนายทะเบียน ได้แก่ บริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน โดยลดค่าธรรมเนียมนายทะเบียนรายปี 20% ในปี 2563 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของธุรกิจลดลง นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ผู้ลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะลดค่าธรรมเนียมรายปีแก่บริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมกิจกรรม Opportunity Day ในปี 2563-2564 ตามจำนวนครั้งที่เข้าร่วมเสนอข้อมูล และข้อกำหนดตามวิธีปฏิบัติในการจัดประชุม

2.มาตรการช่วยเหลือบริษัทสมาชิก แบ่งเป็น 3 ส่วน

  1. าตรการลดต้นทุนการทำธุรกรรมใน TFEX โดยลดค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม ตั้งแต่ค่าธรรมเนียมการใช้บริการระบบ streaming ค่าธรรมเนียมการซื้อขายและการชำระราคาของ SET50 Futures และ SET50 Options รวมทั้งยังมีมาตรการให้ส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับปี 2563 อีกด้วย
  2. มาตรการสนับสนุนบริษัทผู้ออก DW โดยลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน DW ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 และจะพิจารณาเพิ่มมาตรการให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียน DW ที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และให้ความรู้ผู้ลงทุนตามเงื่อนไขที่ตลาดกำหนด เป็นการช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการ
  3. มาตรการสนับสนุนสมาชิกในการให้บริการผู้ลงทุนบุคคล สนับสนุนให้สมาชิกใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาบริการซื้อขายแก่ผู้ลงทุนบุคคล โดยเพิ่มช่องทางการเชื่อมต่อกับระบบซื้อขายสำหรับผู้ลงทุนบุคคลของสมาชิกแต่ละรายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ

3.มาตรการช่วยเหลือสมาชิกผู้ฝากหลักทรัพย์ (TSD)

ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ ธนาคารผู้เก็บรักษาหลักทรัพย์ โดยลดค่าธรรมเนียมรักษาหลักทรัพย์ 20% ตั้งแต่ 1 เมษายน – 31 ธันวาคม 2563 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของสมาชิกผู้ฝากในช่วงภาวะเศษฐกิจชะลอตัว

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here