“ทุกวิกฤตมีโอกาส” ซึ่งในตลาดทุนมักจะเห็นเศรษฐีใหม่ หลังเกิดวิกฤตอยู่เสมอ แต่ที่สำคัญอย่าลืมว่า เศรษฐีก็ไม่ได้เจอวิกฤตแค่วัน-สองวันแล้วจะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้

นั่นคือไม่เคยมีวิกฤตครั้งไหน จะให้โอกาสได้ทันที

วันนี้ลองมาดูกันหน่อย ว่าวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมาครั้งก่อนๆ ใช้เวลานานเท่าไหร่ ในการพลิกกลับมาบวก ถึงจุดเดิมที่หลุดลงไป

1) วิกฤติซับไพรม์ หรือ วิกฤติสินเชื่อซับไพรม์
วิกฤติสินเชื่อด้อยคุณภาพ (ในประเทศไทยอาจเรียกว่า วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์) เป็นปัญหาเศรษฐกิจที่ปรากฏให้เห็นชัดในช่วงปี พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2551

จุดเด่นของวิกฤตินี้ คือการที่ความคล่องตัวของตลาดสินเชื่อทั่วโลกลดลง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความซบเซาของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา

มีการกู้ยืมที่มีความเสี่ยงสูง ของทั้งบุคคลและบริษัท วิกฤติครั้งนี้มีผลหลายขั้นและค่อย ๆ เผยให้เห็นความอ่อนแอในระบบการเงินและระบบการควบคุมทั่วโลก

ตอนนั้น SET ประมาณ 900 จุด
ใช้เวลา 2 ปี 8 เดือนกลับมาที่เดิม

2) ภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ดอตคอม (Dot-com bubble)
ภาวะการเก็งกำไรอันเกินควร ของตลาดหลักทรัพย์ภาคเทคโนโลยี ที่เกิดขึ้นระหว่างปีพ.ศ. 2540 ถึงปี พ.ศ. 2543 ในช่วงเวลานั้นตลาดหลักทรัพย์ทางตะวันตกเป็นตลาดที่มูลค่าของหุ้นในเครืออินเทอร์เน็ตถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อตลาดเห็นว่าราคาหุ้นสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ธุรกิจต่างก็หันมาเติมคำ “e-” นำหน้าชื่อ หรือ เติม “.com” ท้ายชื่อ ทำให้ดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต

นั่นทำให้บรรยากาศการลงทุน มองข้ามพื้นฐานการลงทุนไป และหันไปให้ความเชื่อมั่นต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแทน

ตอนนั้น SET ประมาณ 420 จุด
ใช้เวลา 2 ปี 2 เดือนกลับมาที่เดิม

3) วิกฤตต้มยำกุ้ง หรือ วิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540
วิกฤตนี้เริ่มขึ้นในประเทศไทย เมื่อค่าเงินบาทลดลงอย่างมาก อันเกิดจากการตัดสินใจของรัฐบาลไทย ซึ่งมีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ลอยตัวค่าเงินบาท ตัดการอิงเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ

ในเวลานั้น ประเทศไทยมีภาระหนี้สาธารณะ ซึ่งทำให้ประเทศอยู่ในสภาพล้มละลายก่อนหน้าการล่มสลายของค่าเงิน และเมื่อวิกฤตดังกล่าวขยายออกนอกประเทศ ค่าเงินของประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นก็ได้ทรุดตัวลงเช่นกัน และทั้งหมดทำให้หนี้เอกชนเพิ่มสูงขึ้น

ตอนนั้น SET ประมาณ 700 จุด
ใช้เวลา 6 ปี 4 เดือนกลับมาที่เดิม

แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้หมายความว่า ทุกครั้งที่เกิดวิกฤต เศรษฐกิจภาพรวมและตลาดทุน จะสามารถ turnaround กลับมา ณ จุดเดิมได้ตลอด…เราคงต้องเปิดใจและระมัดระวังตัวอยู่เสมอ คงไม่มีใครคาดการณ์อนาคตได้แม่นยำ เราแค่ยอมรับและปรับตัว ผ่านทุกวันไปให้ได้ก่อน

reference :
http://bit.ly/2TQuOp0
http://bit.ly/3cKJLS5
http://bit.ly/2vSEIhQ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here