GULF บริษัทผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ามูลค่า 397,000 ล้านบาท เตรียมเสนอเรื่องแตกพาร์ในที่ประชุมครั้งหน้า (8 เม.ย. 2563)

และการแตกพาร์จะได้อะไร?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ราคาพาร์” คือมูลค่าเริ่มต้นของบริษัท นั่นคือตอนเอาบริษัทไปจดทะเบียน ต้องระบุด้วยว่ามีทุนเริ่มต้นเท่าไหร่

สมมุติมี 1,000,000 บาทเป็นเงินทุน แล้วอยากให้มีหุ้นจำนวน 1,000,000 หุ้น ก็จะทำให้มีราคาพาร์ เท่ากับ 1 บาท

นั่นก็คือยิ่งพาร์น้อย จำนวนหุ้นก็ยิ่งมาก

อย่างในกรณีของ GULF ที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (21 ก.พ. 2563) ได้ประกาศนัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 โดยได้ระบุเรื่องที่เห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติอยู่หลายเรื่องด้วยกัน

ทั้งเรื่องจ่ายปันผล สำหรับผลดำเนินงานปี 2562 จากกำไรสุทธิและกำไรสะสม รวมทั้งหมด 2,773.29 ล้านบาท คิดเป็นปันผล 1.30 บาท/หุ้น

และที่สำคัญ ในที่ประชุมจะมีการพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ หรือแตกพาร์นั่นเอง

ถ้ามีการแตกพาร์จริง ก็จะมีหลายๆอย่างเปลี่ยนไป

1. จากเดิมมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ หุ้นละ 5 บาท เป็นมูลค่าหุ้นละ 1 บาท
2. จำนวนหุ้นมีมากขึ้น ทำให้มีสภาพคล่อง ในการซื้อขายมากขึ้น
3. เงินขั้นต่ำในการซื้อหุ้น 100 หุ้น จาก 18,000 บาท จะเหลือประมาณ 3,600 บาท

พูดง่ายๆ ว่าหุ้นจะเข้าถึงคนได้มากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าหุ้นจะถูกหรือแพงขึ้นในเชิงมูลค่า

โดยจากสถิติของหุ้น Big Cap. ที่เคยแตกพาร์มาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ จะเห็นว่าไม่ธรรมดาทีเดียว

บล.เอเซียพลัส ระบุว่าส่วนใหญ่ราคาหุ้น มักตอบสนองเชิงบวก ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันแตกพาร์เสมอ

แต่ผลตอบแทนจะมีโอกาสลดลง เมื่อใกล้วันแตกพาร์

โดยผลตอบแทนที่ได้ในช่วงวันประกาศถึงวันแตกพาร์
เป็นดังต่อไปนี้ครับ

1. BANPU ราคาทำผลตอบแทนได้ 29%
2. CPN ราคาทำผลตอบแทนได้ 17%
3. PTT ราคาทำผลตอบแทนได้ 15%
4. BDMS ราคาทำผลตอบแทนได้ 11%
5. AOT ราคาทำผลตอบแทนได้ 3%

ส่วน GULF จะเป็นอย่างไร เราคงต้องรอดูกันต่อไป ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเดือน เม.ย. นี้ครับ

#StockRadars #ทำเรื่องหุ้นเป็นเรื่องง่าย #StockRadarsNews

Website: https://www.stockradars.news
Application: https://www.stockradars.co/getradars
LINE: @StockRadars https://line.me/R/ti/p/%40stockradars
Telegram: https://t.me/StockRadars

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here