หลายคนอยากเริ่มต้นลงทุน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นศึกษาจากไหนก่อน ขั้นตอนศึกษาเรื่องการลงทุนเป็นอย่างไร จึงเดินเข้ามาสอบถามกันอยู่บ่อยครั้งทีเดียว

ใน Episode นี้ เราจึงชวน ‘พี่ไอซ์ ’รุ่นพี่ในบริษัท StockRadars ผู้เชี่ยวชาญเรื่องมือใหม่หัดลงทุน มาชวนคุยและตอบทุกคำถามให้กับมือใหม่ที่อยากลงทุนทุกคน ว่าเราจะสามารถเริ่มต้นศึกษาเรื่องการลงทุนได้อย่างไรบ้าง

StockRadars : รบกวนแนะนำตัวหน่อยค่ะ

พี่ไอซ์ : ชื่อไอซ์ครับ เป็น developer ของบริษัท สยามสแควร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ครับ

StockRadars : พี่ไอซ์เป็นคนที่เขียนคอนเท้นต์แนะนำมือใหม่เยอะมาก แล้วเชื่อว่าหลายคนที่สนใจเรื่องการลงทุน เขาก็เริ่มมาถามมากขึ้นว่าจะลงทุนอย่างไรดี แล้วถ้าจะลงทุนต้องเริ่มอย่างไร ก็เลยอยากเอาคำถามพวกนี้มาให้พี่ไอซ์ช่วยตอบให้หน่อย 

พี่ไอซ์ : ตอบได้ก็ตอบ ตอบไม่ได้ผมก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรเหมือนกันนะครับ เอาเท่าที่ได้แล้วกันนะครับผม

StockRadars : เอาเรื่องแรกก่อนเลย พี่คะ…อยากลงทุนค่ะแต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง

พี่ไอซ์ : ต้องเริ่มอย่างไรเหรอครับ? คำถามนี้เป็นคำถามคลาสสิกมากครับผม ถ้าจะเริ่มอย่างไร แนะนำว่าลองเริ่มที่หาความรู้กันก่อน

StockRadars : หาอย่างไรคะ

พี่ไอซ์ : ถ้าง่ายที่สุดก็คือ Youtube ครับผม เดี๋ยวนี้ถ้าเราสนใจ คุณก็ไปดูเลยว่าสอนลงทุนหุ้น พิมพ์ใน Youtube เลย เดี๋ยวนี้มีกันเต็มไปหมดนะครับ เลือกเอาเลยว่าชอบหุ้นหรือเปล่า กองทุนไหม ลงทุนหวย เอ๊ะ! หวยนี่เป็นลงทุนหรือเปล่า แต่ก็มีสอนนะ ลงทุนสลากออมสิน เขาก็มีสอนว่าลงทุนสลากออมสินอย่างไรบ้าง เริ่มแรกให้มีความรู้ก่อนครับผม  เรื่องเงินเดี๋ยวเราค่อย ๆ เติมไปทีหลังได้ เอาเรื่องความรู้เป็นหลักก่อนนะครับ

StockRadars : แล้วลงทุนมันต้องใช้เงินเยอะแค่ไหนเหรอคะ

พี่ไอซ์ : ถามว่าเยอะแค่ไหน สมมติเป็นกองทุนหรือหุ้นก่อน หุ้นสามารถซื้อได้ตั้งแต่เงินหลักร้อย เพราะเวลาเราซื้อหุ้น เราต้องซื้อร้อยตัว หุ้นราคาถูกที่สุด เดี๋ยวนี้ก็ 3 บาทก็มี 3 บาท 100 ตัวก็แค่ 300 บาท หรือว่ากองทุน ถ้าเป็นกองทุนดัชนีหรือกองทุนธรรมดา ขั้นต่ำจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาทเท่านั้นเอง เราก็สามารถเริ่มด้วยเงินน้อย ๆ เดือนละ 500 บาทก็ได้แล้ว

StockRadars : หุ้นหรือว่ากองทุนศึกษายากไหมคะ เนื้อหาเยอะไหม

พี่ไอซ์ : ต้องบอกว่ามันเยอะเป็นปกติสำหรับการลงทุนอยู่แล้ว แต่เราค่อยๆศึกษาได้ครับผม เราอาจจะเริ่มง่ายๆก่อน เราก็ไม่ได้หวังว่ามันจะโตตูมเดียว 10 เท่า เราแค่ไม่ขาดทุนก่อนดีกว่า เริ่มอาจจะเริ่มศึกษาเล็กๆก่อนว่ากองทุนไหนดี ซื้อแบบไหนแล้วถึงจะโอเคกับเรา เพราะมันมีทั้งแบบใช้เวลานาน หรือว่าบางทีก็ใช้การขายเพื่อทำกำไร ดูก่อนว่าอะไรเหมาะกับเรา แล้วศึกษาเฉพาะทางนั้นๆไปก่อนนะครับ 

StockRadars : ลงทุนกองทุนกับหุ้นมีความเสี่ยงสูงมากเลยค่ะ คนที่เงินไม่เยอะแบบนักศึกษา แบบ first jobber เขาจะสามารถรับความเสี่ยงแบบนี้ได้ไหมคะ

พี่ไอซ์ : ความเสี่ยงต้องอยู่ที่ตัวคนครับ ถ้าเราเข้าใจในสิ่งที่เราลงทุน มันนับว่าไม่ค่อยเสี่ยงได้ เพราะเราเข้าใจแล้วว่า ธรรมชาติของหุ้นว่ามันมีการขึ้นลงแบบสวิงกันเยอะ ถ้าเราเข้าใจก็คิดว่าไม่เสี่ยง เราสามารถรับความเสี่ยงได้ แต่ถ้าคนบอกว่าไม่เข้าใจเลย เขาซื้อ-ขายอะไรกัน อันนี้เสี่ยงมาก ๆ ไม่ได้จำกัดว่าเป็นหุ้นหรือกองทุนนะครับ อยู่ที่ว่าเรารับความเสี่ยงของสิ่งนั้น ๆ แล้วเราศึกษาสิ่งนั้นมากแค่ไหน อันนั้นถึงจะเรียกว่าเป็นความเสี่ยงจริง ๆ 

“ความเสี่ยงต้องอยู่ที่ตัวคนครับ ถ้าเราเข้าใจในสิ่งที่เราลงทุน มันนับว่าไม่ค่อยเสี่ยงได้”

StockRadars : เรามีวิธีลดความเสี่ยงไหมคะ

พี่ไอซ์ : วิธีลดความเสี่ยงมี 2 อย่าง อย่างแรกก็คือความรู้ แน่นอนว่าถ้าเรามีความรู้ในสิ่งนั้น ๆ เราเข้าใจมันอย่างดี มันจะลดความเสี่ยงได้เยอะ ถ้ามันขึ้น มันลง แล้วเราเข้าใจว่ามันขึ้นลงเพราะอะไร ถือว่าความเสี่ยงเราค่อนข้างน้อย คนที่ไม่รู้อะไรเลย แล้วซื้อตามที่เขาบอกกันมา อันนั้นคือเสี่ยงเยอะ ซื้อตามที่เขาบอกคือเสี่ยงสูงเลย อีกอย่างหนึ่งคือการดูจริตของสิ่งที่เราลงทุนเข้ากับเราหรือเปล่า บางคนบอกว่า ฉันจะเป็น VI ถือยาว ๆ  แต่พอเอาเข้าจริง เห็นราคาหุ้นลดลงมาแค่ 5-10% ก็ทำใจไม่ค่อยได้ เราอาจจะไม่ได้เหมาะกับสิ่งนั้น อาจจะไปลองดูกองทุนที่เขามีคนบริหารให้ไหม อาจจะเป็นทองคำ เพราะบางคนดูหุ้นไม่รู้เรื่อง แต่ทองคำจับต้องได้ คนก็ชอบแบบนั้นมากกว่า ต้องดูจริตด้วย ดูความรู้ประกอบด้วยครับ

StockRadars : แปลว่าเราก็ต้องศึกษาหาความรู้ก่อนที่จะไปลงทุนด้วย

พี่ไอซ์ : ใช่ครับ

StockRadars : แต่หลายคนที่เป็นมือใหม่ก็จะรู้สึกกังวล เขาไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ถ้าสมมติว่าลองวาดเป็นสเต็ปให้คนที่ไม่เคยลงทุนเลย แล้วอยากจะเข้ามาลงทุน ควรจะเริ่มต้นอยางไร และศึกษาต่ออย่างไรดี

พี่ไอซ์ : ถ้ายังไม่เคยเริ่มลงทุนเลย ต้องเริ่มกลับมาดูที่ตัวเองก่อนว่าพร้อมจะลงทุนไหม วิธีการแรกก็คือเรามีเงินสำรองก่อนหรือเปล่า อย่าเพิ่งข้ามไปสเต็ปลงทุน เราต้องเริ่มดูแลตัวเองให้ได้ก่อน พวกเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินที่เขาบอกว่าต้องมี 6 เดือนของรายจ่าย อันนั้นเป็นสิ่งแรกที่ควรทำ หลังจากนั้นถ้าเงินเหลือจากเก็บฉุกเฉินแล้ว มันจะเป็นเงินเย็น ซึ่งเราสามารถเอาไปลงทุนได้ ถ้ามันเสียไป เราจะไม่คิดมากเท่ากับเงินที่เราต้องใช้ ดังนั้นเวลาที่เราไปลงทุนอะไร เราก็จะใจเย็น ไม่รีบร้อนเอาผลตอบแทนมาใช้กิน ดังนั้นต้องเริ่มที่ตัวเองก่อนว่าเราเงินสำรองอยู่กับตัวเองไหม 

ถ้ามีเงินสำรองแล้วจะเริ่มลงทุน ให้เริ่มจากสิ่งที่ไม่ได้ยากก่อน หรือสิ่งที่เราสนใจก่อน เช่น  ถ้าชอบทองคำ ไปลองศึกษาทองคำดูว่าทองคำซื้ออย่างไร เดี๋ยวนี้มีออมในทองคำ แล้วออมทองคำต้องทำอย่างไร ถ้าสนใจตลาดหุ้น แต่อาจจะดูกลัว ๆ กล้า ๆ ลองลงทุนในกองทุนรวมก่อนดีไหม เพราะกองทุนมีผู้จัดการกองทุนดูแลให้ระดับหนึ่งก่อน เราก็สามารถเลือกดูได้ว่ากองทุนแบบนี้เขาลงทุนพันธบัตร หุ้นในประเทศ นอกประเทศ เราก็แค่เลืกกองที่เราคิดว่าน่าสนใจสำหรัับเราก่อน ศึกษาดูกว่ากองทุนมันเป็นแบบนี้ ลงทุนแบบนี้ แล้วค่อยกระโดดไปหุ้น เพราะหุ้นมันต้องใช้การติดตามค่อนข้างเยอะกว่ากองทุนพอสมควร คือหุ้นได้กำไรมากกว่ากองทุนได้ แต่ต้องดูแลอย่างดี

“ถ้ายังไม่เคยเริ่มลงทุนเลย ต้องเริ่มกลับมาดูที่ตัวเองก่อนว่าพร้อมจะลงทุนไหม”

StockRadars : แล้วคนซื้อหุ้นต้องมีเวลาติดตามข่าวสารตลอดเวลาทั้งวันจริงไหม

พี่ไอซ์ : มันอยู่ที่สายการลงทุนของเขาด้วย ถ้าเป็นสาย VI ก็อาจจะไม่ได้ตามขนาดนั้น อาจจะดูแค่ข่าวไหญ่ ๆ เช่น ถ้าสมมติมันมีข่าวที่กระทบกับรายได้ก็ค่อยเข้าไปดู (VI คืออะไร) มันเป็นสาย Fundamental คือดูพื้นฐานบริษัทเป็นหลัก VI จะดูเรื่องของงบการเงินว่าบริษัทเติบโตไหม กำไรดีไหม ธุรกิจดีหรือเปล่า คือจะเน้นไปที่ตัวบริษัทมากกว่า อันนั้นเป็น Fundamental VI 

ส่วนอีกสายหนึ่งที่นิยมกันคือสาย Technical อันนั้นก็จะเป็นพวกดูกราฟ ดูโมเมนตัมการเงิน การเงินที่เข้าออกหุ้นตัวนั้นเป็นหลัก ซึ่งสองอันนี้จะดูคนละแบบกัน ถ้าเป็นสาย Technical ส่วนใหญ่จะต้องติดตามข่าวสารค่อนข้างบ่อย เพราะมันมีผลกระทบต่อราคาเร็วมาก ชั่วโมงเดียวก็ขยับไปไกลแล้ว Technical จึงต้องการตามติดตามข่าวสารแบบหนักหน่วง ที่เขาเปิดดูกัน 5-6 จอ อันนั้นคือ technical 

ถ้าเป็น VI ก็ดูว่ากระทบรายได้ไหม ถ้าไม่กระทบก็ปล่อยไป  อาจจะดูสักไตรมาสละ 1 ครั้ง เพราะหุ้นประกาศงบประมาณทุก 3 เดือนก็คอยมาดูว่ามันมีอะไรผิดปกติไหม รายได้ยังดีอยู่ไหม

StockRadars : แต่หลายคนก็จะกังวลว่าเราจะขาดทุนไหมนะ เลยกล้า ๆ กลัวๆ ยังไม่กล้าลงทุน แล้วนักศึกษาหรือ First Jobber ที่ยังไม่มีเงินเป็นของตัวเองลงทุนได้ไหมคะพี่ไอซ์

พี่ไอซ์ : จริง ๆ แล้วได้นะครับผม พี่ก็เชียร์ให้น้องพี่ลงทุนอยู่ทุกเดือนเหมือนกัน อาจจะลงด้วยเงินไ่ม่เยอะ เพราะพี่สอนน้องว่าถ้าเงินไม่เยอะก็ลงน้อย ๆ ไปก่อน เดือนละ 500 บาทหรือ 1,000 บาทก็ได้ แล้วก็สอนวิธีการเลือกกองทุนคร่าว ๆ ให้ เพราะกองทุนค่อนข้างง่ายกว่าหุ้น พี่ก็เลยสอนกองทุนหุ้นว่าชอบแบบนี้ไหม ถ้าชอบแบบนี้ก็ลองซื้อไป DCA ทุกเดือนไป

StockRadars : DCA คืออะไรคะ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย

พี่ไอซ์ : DCA ย่อมาจาก Dollar Cost Average ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือมันเป็นการซื้อซ้ำ ๆ ทุกเดือน ด้วยจำนวนเงินเท่ากัน สมมติ เราจะตั้งไว้ว่าซื้อกองทุนนี้ 500 บาททุกเดือน มันก็จะตัดเงินเราไปในวันที่กำหนด เช่น กำหนดไว้วันที่ 5 มันก็ตัดเงินเราไป 500 บาท เดือนต่อไปก็ตัดเงินเราวันที่ 5 ที่ 500 บาท มันจะซื้อหุ้นตัวนั้นซ้ำ ๆ เพื่อที่ไม่ว่าราคาจะขึ้นจะลง เราจะมีหุ้นเสมอ เพราะอันนี้เป็นแนวคิดในระยะยาวว่าหุ้นขึ้นเสมอ ดังนั้นเราซื้อเฉลี่ยไป เรารู้ว่าหุ้นดี แต่ไม่รู้ว่าซื้อราคาไหน มันเอาไว้ไปแก้ปัญหานั้น

StockRadars : แน่ใจไหมว่าหุ้นจะขึ้นเสมอไป

พี่ไอซ์ : มันก็ไม่ตลอดไป ต้องย้อนกลับไปดูว่าบริษัทยังดีอยู่ไหม กำไรอยู่หรือเปล่า รายได้ยังขึ้นอยู่ไหม ถ้ามันไม่ใช่ก็เปลี่ยน ก็ขายทิ้ง หรือว่าจะลดลง ต้องมีการปรับพอร์ต (Portfolio) เสมอ อาจจะสัก 3 เดือน/ครั้ง 6 เดือน/ครั้ง หรือปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจสอบสุขภาพพอร์ตของเราว่าหุ้นหรือกองทุนที่เราถืออยู่มีประสิทธิภาพดีอยู่ไหม ทำกำไรได้หรือเปล่า

StockRadars : ตอนที่พี่ไอซ์ศึกษาเรื่องการลงทุนแรก ๆ มันเป็นเรื่องแปลกมากที่พี่เข้ามาลงทุน แล้วพี่เป็นคนที่กำหนด DNA (วัฒนธรรมองค์กรของ StockRadars) ของบริิษัทเราว่าควรมี Investor Mind หรือว่ามีจิตใจของนักลงทุน

พี่ไอซ์ : ไม่เชิงว่าเข้ามาหรอก เรื่องการเงินมันอยู่กับเราเสมออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต การทำงาน การเรียน เอาตรง ๆ แล้ว อยู่ในสังคมทุนนิยม ทุกอย่างมันต้องใช้เงิน ปฏิเสธไม่ได้นะครับ ดังนั้นบางทีเราอาจจะเงินน้อยหรือว่าเงินเกษียณไม่พอ การลงทุนก็เป็นตัวช่วยที่ทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้ เพราะถ้าเราเก็บเงินดื้อ ๆ ส่วนใหญ่ถ้าเราเก็บเงินดื้อ ๆ มันไม่พอหรอก ถ้าเงินเดือนไม่ถึงแสน เงินน้อยก็ต้องใช้การลงทุนช่วยให้เรมีเงินใช้ตอนหลังเกษียณ 

StockRadars : ขอโทษนะคะ พี่ไอซ์อายุเท่าไหร่คะ

พี่ไอซ์ : 29 ครับ

StockRadars : 29 ปี หลายคนมองว่าเรื่องของการเกษียณเป็นเรื่องไกลตัวไปหรือเปล่า เราจะรีบคิดไปปทำไม

พี่ไอซ์ : จริง ๆ ต้องบอกว่าจะช้าไปด้วยซ้่ำ เริ่มตอนอายุ 29 ปี แต่ไม่เป็นไร คนที่ยังไม่เริ่มก็รีบเริ่มนะครับผม คนที่ฟังอยู่อายุเท่าไหร่ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ตามก็รีบเริ่ม เพราะเวลามีแค่ 30 ปี สมมติว่าเริ่มทำงานตอนอายุ 30 ปี จนถึงอายุ 60 ปี เรามีเวลาเก็บเงิน 30 ปี ช่วงอายุต่ำกว่า 30 ปีถือว่าเป็นช่วงเที่ยวเล่นแล้วกัน คิดง่าย ๆ ว่าเราอยากมีเงินเกษียณสัก 5 ล้านบาท ถ้าคุณเก็บเงินดื้อ ๆ อย่างต่ำ ๆ ต้องมีเดือนละ 10,000 บาท เพื่อให้ได้เงิน 5 ล้านบาท ในระยะเวลา 30 ปี แต่ถ้าเราใช้การลงทุน สมมติว่าลงทุนในหุ้นหรือกองทุนให้ได้ผลตอบแทนสัก 8-10% ต่อปี เราก็จะลดเงินเก็บต่อเดือนเหลือ 3,000-5,000 บาทก็ได้ 5 ล้าน ในระยะเวลา 30 ปีเท่ากัน ซึ่งมันลดภาระการทำงานหรือการใช้เงินในการลงทุนไปได้เยอะ ถ้าอยากมีเงินมากพอจะเกษียณ อย่างน้อย ๆ ต้องลงทุน ยิ่งอายุน้อยยิ่งดี

“ถ้าอยากมีเงินมากพอจะเกษียณ

อย่างน้อย ๆ ต้องลงทุน ยิ่งอายุน้อยยิ่งดี”

StockRadars : แสดงว่าไม่ว่าเราจะไปอ่านแหล่งข้อมูลที่ไหน เขาก็จะบอกว่ารีบเก็บเงินเตรียมเกษียณตั้งแต่เดือนแรกที่ทำงานไปเลย หลายคนก็จะบอกว่าเงินเดือนเริ่มต้นก็อยู่ที่เงินเดือนขั้นต่ำจะให้เอาเงินที่ไหนมาออม 

พี่ไอซ์ : เริ่มจากน้อย ๆ ก่อนก็ได้ สัก 300-500 บาท/เดือน ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งได้เปรียบครับ เพราะในการลงทุนจะมี 3 สิ่งที่สำคัญก็คือเวลา ราคาผลตอบแทน และเงินตั้งต้น ซึ่งถ้าเราไม่ได้เป็นคนมีเงินเยอะ เงินตั้งต้นเราน้อยแล้ว เราก็ต้องไปทุ่มเทเวลากับความรู้แทน เพื่อให้ได้เงินเพียงพอต่อการเกษียณ 

“การลงทุนจะมี 3 สิ่งที่สำคัญก็คือเวลา ราคาผลตอบแทน และเงินตั้งต้น”

StockRadars : พี่ไอซ์จำความรู้สึกแรกที่เริ่มลงทุนได้ไหม เราศึกษานานหรือใช้เวลากับมันเยอะไหม

พี่ไอซ์ : ถ้าเป็นเวลาจำไม่ได้ แต่จำได้ว่าอ่านหนังสือประมาณ 2 เล่ม แล้วก็เริ่มลงทุนเลย เพราะว่าเปิดพอร์ตฟรี เราก็สมัครไปก่อน แล้วเดี๋ยวมาลองกันอีกทีหนึ่ง 

StockRadars : ครั้งแรกซื้อแล้วขาดทุนหรือกำไร

พี่ไอซ์ : ครั้งแรกที่ซื้อกำไรนะครับ เพราะเราเลือกธุรกิจที่เราใช้ประจำ เราก็ดูว่ามันน่าจะโต เราก็ใช้ประจำ เราก็ซื้อตัวนั้น มันก็ดันกำไร ธุรกิจก็ดี มันก็โตของมันเอง 

StockRadars : หลังจากนั้นพี่ก็ลงทุนมาจนถึงทุกวันนี้เลยใช่ไหมคะ

พี่ไอซ์ : ใช่ครับ

StockRadars : หนังสือ 2 เล่มที่พี่อ่านคืออะไร เผื่อคนสนใจอยากอ่าน

พี่ไอซ์ : เล่มแรกที่เป็นเรื่องหุ้นเลยคือ ‘ตีแตก’ ของดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากรครับ อีกเล่มหนึ่งจำไม่ได้ แต่มีเล่มแนะนำอยากให้ไปลองอ่านคือ ‘เพาะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน’ ของคุณกวี ชูกิจเกษม อันนั้นเป็นหนังสือมือใหม่ลงทุนที่อ่านค่อนข้างง่ายมาก ๆ แนะนำสำหรับคนที่จะลงทุนเลย 

StockRadars : เชื่อว่าวันนี้คนที่ฟังก็น่าจะได้หลายคำตอบที่ตัวเองสงสัย และคาดว่าจะสงสัยในอนาคตต่อไปแน่ๆ ให้ Podcast นี้เป็นการตอบคำถามแทนแล้วกัน

พี่ไอซ์ : ใช่ครับผม ลองศึกษาไปครับ มันศึกษาได้ทั้งชีวิต เราก็ทำตามเท่าที่เรารู้ไปก่อน พอได้ผลอย่างไรค่อยมาปรับปรุง แก้ไข ให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ

StockRadars : สรุปว่าเรื่องหุ้นยากไหมคะ

พี่ไอซ์ : ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ครับผม ถ้าตั้งใจศึกษา มันค่อยๆเรียน ก็ทำเท่าที่รู้ ซื้อไปก่อน ถ้ามันผิดก็แก้ แรก ๆ ก็ไม่ต้องลงเงินเยอะ เอาแค่พอเป็นน้ำจิ้มให้เรียนรู้ความรู้สึกไปก่อนนะครับ แล้วมีประสบการณ์ค่อยเพิ่มเงินขึ้นไป เราจะได้ไม่เจ็บหนัก แล้วค่อย ๆ เรียนรู้กันไป

StockRadars : มีอะไรอยากฝากถึงนักลงทุนมือใหม่ไหมคะ ให้กำลังใจหน่อย

พี่ไอซ์ : อ่านเยอะ ๆ ดูเยอะ ๆ ศึกษาเยอะ ๆ นะครับผม ยิ่งศึกษาเยอะขึ้น เราจะยิ่งขาดทุนน้อยลงเรื่อย ๆ ครับผม

เพราะฉะนั้น ใครไม่อยากขาดทุนก็ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เรื่องของการลงทุนให้มากขึ้น ซึ่งหนึ่งในแหล่งข้อมูลที่น่าสนใจก็คือ Podcast ‘ลองรวย’ ที่เราพยายามรวบรวมเนื้อหาเรื่องการลงทุนมาย่อยให้เข้าใจง่ายและกระชับ ทุกคนจะได้มีเวลาในการศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจเพิ่มเติมด้วย

แม้ว่าการลงทุนจะเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของหลายคน เราอยากให้ทุกคนมีกำลังใจศึกษาเรื่องการลงทุน เพื่อพิชิตเป้าหมายทางการเงินที่เราวาดฝันเอาไว้ให้ได้นะคะ

ติดตามฟังรายการ ‘ลองรวย’ ได้ทาง

Spotify https://spoti.fi/2RMW6x7
Youtube https://youtu.be/jftNpUZreps
Apple Podcast https://apple.co/35lSO7N
Google Podcast http://bit.ly/2RTgBrX
Castbox http://bit.ly/34jLg4b
Podbean http://bit.ly/2Ek4MTu
Pocketcast http://bit.ly/2YQpunw
Overcast http://bit.ly/2MhSBLw
Castro http://bit.ly/36ZgQWu

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here