ทุกครั้งที่เป็นวันวาเลนไทน์ หลายคนต้องนึกถึงบรรยากาศโลกสีชมพู ดูจะหวานๆ น้ำตาลขึ้นกันหน่อย แล้วสำหรับคนโสดล่ะ ก็จะหากิจกรรมหรือนั่งทำงานออฟฟิศต่อไป แล้วก็ให้กำลังตัวเองว่า ก็แค่วันธรรมดาวันหนึ่งที่เหมือนทุกวันนี่แหละ ไม่เห็นจะสำคัญอะไร

วันนี้เลยขอแอบอยู่ข้างๆ คนโสดที่พร้อมจะบอกว่า อย่ากลัวที่จะโสด ถ้าเราเตรียมความพร้อมเรื่องการความมั่งคั่งและการบริหารเงินเอาไว้เป็นอย่างดี พร้อมลองมาเปรียบเทียบกันระหว่างอยู่อย่างคนโสดกับกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นกันดูว่า มันมีความเหมือนหรือแตกต่างกันแค่ไหน  

เปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง 

โสดแล้วงัย!! คำถามที่หลายคนอาจจะเจ็บปวด เหมือนที่พี่ป๊อด โมเดิร์นด็อกร้อง เมื่อเห็นคนอื่น …เดินจับมือกัน ทุกข์สุขด้วยกันร้องไห้ด้วยกันฯ ในวันสีชมพูสากล…บอกคำเดียวว่าอย่าได้แคร์ ถ้าใจเรายอมรับว่า การไม่มีคู่คือจุดอ่อน ก็จงเปลี่ยนจุดอ่อนที่ว่านี้ให้เป็นจุดแข็งของตัวเอง ด้วยการเปลี่ยนและมองหาสิ่งดีๆ ให้กับชีวิต เช่น การเป็นโสดทำให้ชีวิตเราอิสระเสรีกว่าที่คิด คนมีคู่อาจทำไม่ได้อย่างเราด้วยซ้ำ เพราะจะไปไหนทำอะไรก็ได้

เช่นเดียวกันการการลงทุน จุดอ่อนที่เคยทำให้บาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็น พอร์ตติดลบ หุ้นติดดอย ชนิดที่ดอยแล้วดอยอีก ก็ลองมานั่งทบทวนตัวเองว่า สาเหตุที่พอร์ตติดลบ เกิดขึ้นเพราะอะไร มีตั้งแต่ ตัวเราเองไม่มีการศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง หรือยังไม่เอาจริงพอกับการเลือกลงทุนในหุ้น หรือเป็นเพียงเพราะเชื่อคำ Chat ในหมู่สังคมออนไลน์แล้วก็ซื้อตาม ดังนั้น ควรกำจัดจุดอ่อน แล้วสร้างจุดแข็งให้ตัวเองด้วยการหาสไตล์การลงทุนที่ใช่ของตัวเองให้เจอ เพื่อความมั่งคั่งของตัวเองในอนาคต

ขึ้นขาย ลงซื้อ : มั่นใจก็ลุย เหนื่อยใจก็ถอย

ลองเปรียบความรักกับกลยุทธ์การซื้อขายหุ้นที่มีกรอบแนวต้านเพื่อเป็นตัวกำหนดว่าจะขายทำกำไร หรือแนวรับที่ส่งสัญญาณแล้วว่าเมื่อหุ้นลงมาระดับนี้ขายทิ้งไปก่อนเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งกลยุทธ์นี้มักจะใช้เมื่อเวลาที่มีปัจจัยหลายอย่างที่ผันผวน หรือเห็นความไม่แน่นอนในตลาด ดังนั้นเหมาะกับซื้อและขายในระยะสั้นและต้องเร็ว

หากเปรียบกับความรัก เมื่อความรักกำลังเบ่งบานก็ควรเก็บเกี่ยวความสุขไว้ เป็นแรงใจหรือกำลังใจให้กับตัวเอง ขณะเดียวกันพยายามรักษาความรักที่สวยงามแบบนี้ให้ยั่งยืนอย่างนี้ตลอดไป เพราะช่วงเวลาอย่างนี้จะให้มาขายทำกำไรเหมือนหุ้นก็คงจะไม่ใช่ เพียงแต่จะขายความสุขสดชื่นจนคนอื่นลำไยในความหวาน

แต่หากเริ่มมีการตั้งคำถาม หรือฝืนในบริบทที่ตัวเองเป็นอยู่เมื่อไร เมื่อไตร่ตรองดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรั้งเอาไว้ เพราะสุดท้ายก็จะเจ็บด้วยกันทั้งคู่ โดยเตรียมใจและพร้อมรับมือกับการตัดสินใจว่าจะอย่างไรต่อกับการมีคู่ ถ้ารู้ว่าไม่ใช่ก็ควรรีบตัดสินใจและพร้อมปรับตัวเรียนรู้กับความโสด ซึ่งมันอาจจะดูเหงาๆ นอยๆ เหมือนเวลาที่ไม่มีหุ้นในพอร์ตเลยก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่า เดี๋ยวก็จะชิน จนเมื่อปรับตัวได้ วันนั้นเราก็จะกลับมาพร้อมเป็นคนโสดที่แข็งแกร่งและลุยกับอนาคตข้างหน้าต่อไป เหมือนกับพอตั้งหลักได้แล้ว ก็พร้อมที่จะรอตะลุยหุ้นตัวต่อไป

Cut Loss / Stop Loss : ถ้าไม่ใช่ก็ตัดซะ ความโสดเรื่องชิลชิล

เมื่อคิดจะเริ่มต้นเป็นนักลงทุนต้องรู้จัก Stop Loss ให้เป็น Cut Loss ให้เด็ดขาด เหมือนเป็นการฝึกวินัยต่อการลงทุน ที่ไม่ใช่เพียงเหมาะสมกับเทรดเดอร์ที่นิยมกับการเก็งกำไรหุ้นในระยะสั้น เท่านั้น เพราะ Stop Loss คือการหยุดเพื่อที่พอกับสิ่งที่ได้หรือที่ลงทุนไป โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในช่วงที่คิดว่ามีโอกาสจะขาดทุนเพียงอย่างเดียว ส่วน Cut Loss น่าจะเหมาะกับคนที่คิดว่าไม่ยอมให้ตัวเองขาดทุนไปมากกว่านี้แล้ว จึงขายหุ้นไปเพื่อลดการขาดทุนไปมากกว่านี้

ความรักก็เช่นกัน หากรู้ว่าไม่ใช่ก็ควรพร้อมที่จะหยุดเพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งคู่เราหรือตัวเราเองได้ไปเจอคนใหม่โดยไม่ตัดโอกาสซึ่งกันและกัน เพราะการหยุดอยู่เพียงเท่านั้น น่าจะเป็นการบำรุงหัวใจตัวเองไม่ให้เจ็บถลำลึกไปมากกว่านี้แล้ว ซึ่งน่าจะเป็นการฮาวทูทิ้งที่ดีกว่า ที่ไม่ยอมตัดจนใจมันเจ็บช้ำจากการยื้อหรือรั้งเอาไว้ จนในที่สุดจะกลายเป็นเรื่องที่มองหน้ากันไม่ติดในภายหลัง และต่างก็จะเป็นการสร้างแผลในใจกันทั้งคู่ พอถึงเวลานั้นความโสดจะกลายจะเป็นทางออกและการรักษาแผลใจให้เราได้ดีอย่างหนึ่ง หากมองความโสดเป็นเรื่องชิลชิล ไม่นานเราก็จะพร้อมลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ไม่ยาก

Let Profit Run : มั่นใจทุ่มให้หนัก เปรียบดั่งเจอคนที่ใช่ 

ปกติก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้วที่จะเจอหุ้นที่ใช่และมั่นใจกับหุ้นที่เลือก แต่ถ้าไม่มีอะไรทำลายความมั่นใจได้อีกก็เพราะเชื่อมั่นแล้วว่าหุ้นตัวนั้นสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและผลกำไรเติบโตแบบทบต้นไปเรื่อยๆ  (Let Profit Run) ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กลยุทธ์นี้ได้เมื่อราคาหุ้นนั้นเป็นขาขึ้น

แต่สำหรับเรื่องความรักของคนโสด ถ้าหากเจอคนที่ใช่ก็จงทุ่มเท ทะนุถนอมดูแลความรักนั้นอย่างเต็มที่เปรียบเหมือนเจอคนที่ใช่ในชีวิตนี้แล้ว แล้วก็ปล่อยให้ความรักได้ดำเนินต่อไป แต่ต้องอย่าลืมว่า อย่าทำตัวงี่เง่าจนเกินเหตุ เพราะไม่รู้ขาขึ้นของความรักของคนที่ใช่คนนี้จะอดทนหรือเปราะบางมากน้อยขนาดไหน หากทั้งคู่ไม่ได้ช่วยกันสร้างปัจจัยพื้นฐานที่เกิดจากความเข้าใจที่แน่นพอ ไม่อย่างนั้นคุณก็อาจจะกลับมาเป็นโสดได้อีกครา

DCA ลงทุนแบบถั่วเฉลี่ย : โสดแบบถั่วเฉลี่ย 

เรื่องของการลงทุนจะขาดกลยุทธ์แบบถั่วเฉลี่ยไปไม่ได้ (Dollar Cost Average) ที่เหมาะกับคนที่เลือกการลงทุนสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เช่น การตั้งโปรแกรมการตัดบัญชีกองทุนหรือเลือกหุ้นตัวนั้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน โดยไม่สนปัจจัยข้างนอก เพราะผู้ที่เลือกลยุทธ์นี้คือ เชื่อในหลักการลงทุนระยะยาวเสมอจะให้ผลตอบแทนที่ดี 

สำหรับมุมมองความรัก น่าจะเปรียบเทียบการที่เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย มีหยอดความหวานบ้าง ดิบเถื่อนบ้าง ตามสไตล์ที่แต่ละคนเป็น โดยมีเป้าหมายเชื่อในความรักของเพียงสองคน ไม่พร้อมจะแกว่งไกวกับปัญหาหรือบริบทข้างนอก

…แต่ในอีกมุมของคนโสดคือ “โสดถั่วเฉลี่ยมาเรื่อยๆ” ต่อเนื่องๆ แบบไม่ต้องแคร์ใคร โดยสิ่งที่เราควรแคร์มากที่สุดคือ การเตรียมตัวและพร้อมรับมือการที่จะโสดอย่างไรให้เป็นสุขในระยะยาวไปถึงเกษียณอายุ สิ่งที่จะทำได้นั่นคือ ต้องเริ่มจากสร้างความมั่นคงและเสริมความมั่งคั่งให้ตัวเอง ที่เริ่มจากการเก็บออม กระจายความเสี่ยงในรูปแบบต่างๆ ทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน หาวิธีที่จะทำให้เงินได้ทำงานต่อเนื่อง เพราะไม่ว่าจะกลับไปมีคู่อีกกี่ครั้ง หรือจะกลับมาโสดอีกกี่ครา ถ้าเราเตรียมพร้อมด้านการบริหารเงินที่แน่พอ ถึงวันนั้น การที่เราจะโสดสวยแล้วรวยมากก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

หมายเหตุ : ข้อความทั้งหมดเป็นการเขียนบนพื้นฐานบนความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้ตั้งใจจะบอกว่าคนโสดหรือคนมีคู่ดีกว่ากัน แต่อยากจะลองเปรียบเทียบการพร้อมจะอยู่เป็นโสดกับการลงทุนว่าสามารถประยุกต์กันได้หรือไม่ และยินดีที่จะรับข้อแลกเปลี่ยนกันผู้อ่านเสมอ


LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here