ทุกคนเคยได้ยินคำว่ากองทุนรวมกันไหมคะ

เราคิดว่ากองทุนรวมน่าจะเป็นหนึ่งในวิธีการลงทุนที่ฮิตที่สุดในยุคสมัยนี้ โดยเฉพาะในหลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน (First Jobber) ที่สนใจเรื่องของการลงทุน แต่ยังไม่กล้างลงทุนในสินทรัพย์อื่นเท่าไหร่

กองทุนรวมคืออะไร

กองทุนรวมก็คือการระดมเงินลงทุนจากนักลงทุน เพื่อไปจดทะเบียนเป็นกองทุนขึ้นมา โดยมีผู้จัดการกองทุนเป็นผู้รวบรวมเงินทั้งหมดของเรา ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆตามนโยบายของแต่ละกองทุน

ปกติเวลาที่เราลงทุนตามผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ เราก็จะเอาเงินของเราไปซื้อเลย แต่กองทุนจะมีความแตกต่างตรงที่แต่ละกองทุนจะมีคนหนึ่งเป็นตัวกลางคือผู้จัดการกองทุนหรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มารวบรวมเงินจากลูฏค้าหลายคนไปลงทุนในสินทรัพย์หรือตราสารที่ระบุเอาไว้ในเอกสารชี้ชวน    (Fund Fact Sheet) หรือเอกสารที่ชี้แจงรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับกองทุนเหล่านั้น บางกองทุนอาจจะลงทุนในหุ้น บางกองทุนลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เมื่อมีผลกำไร เขาก็มาเฉลี่ยคืนให้ตามสัดส่วนที่นักลงทุนแบบเราลงทุนไป

ประเภทของกองทุน

การแบ่งประเภทของกองทุนรวมสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งประเภทตามนโยบายการลงทุน นโยบายการปันผล หรือแบ่งตามการซื้อ-ขายก็ได้ เราจึงขอรวบรวมทั้ง 3 แบบมาเล่าให้ฟังในที่เดียว

แบบที่1

แบบแรกคือแบ่งตามการรับซื้อคือกองทุนปิดและกองทุนเปิด กองทุนปิดคือกองทุนที่ขายหน่วยลงทุนให้นักลงทุนแบบเราในปริมาณจำกัด แล้วยังจำกัดขนาดและเวลาในการไถ่ถอนคืนอีกด้วย ส่วนกองทุนเปิดก็คือกองทุนที่เราจะซื้อจะขายเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ได้จำกัดปริมาณหรือเวลาเอาไว้เลย

แบบที่2

เราสามารถแบ่งประเภทเป็นแบบปันผลและไม่ปันผลก็ได้ โดยกองทุนแบบปันผลก็คือกองทุนที่เขาจะเอากำไรมาเป็นเงินปันผลออกมาให้เรา แต่ถ้าเป็นกองทุนไม่ปันผล นั้นเวลาที่เราได้กำไรมาแล้ว เขาก็จะเอากำไรตรงนั้นไปทบสะสมเป็นเงินลงทุนของเราต่อเลย ถ้าใครไม่ชอบความเสี่ยงสูง การเอาเงินปันผลออกมาก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีเช่นกัน

แบบที่3

กองทุนรวมยังสามารถแบ่งประเภทผ่านประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุนได้อีกด้วย เช่น กองทุนรวมตราสารเงิน กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมตราสารทุน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมสินค้าพื้นฐาน และอีกเยอะแยะมากมาย ขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์ที่คุณอยากจะลงทุน

ผลตอบแทนจากกองทุนรวม

ผลตอบแทนจากกองทุนรวมสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ส่วนได้แก่

  • กำไรจากส่วนต่างของราคา หรือเรียกกันว่า กำไรส่วนเกินทุน (Capital gain) มาจากส่วนต่างของราคาตอนที่ขายกับราคาตอนที่ซื้อ กำไรที่ได้มานี้ไม่ต้องเสียภาษี (กรณีบุคคลธรรมดาและตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)
  • เงินปันผล (Dividend) ถ้ากองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล บริหารงานแล้วมีกำไรก็จะจ่ายเงินปันผลออกมา โดยเงินปันผลนี้ลูกค้าจะต้องถูกหักภาษี 10% (กรณีบุคคลธรรมดา)

ข้อดี-ข้อเปรียบเทียบของกองทุนรวม

เริ่มต้นที่ข้อดีของกองทุนรวม  

  • เราสามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายเพื่อกระจายความเสี่ยงได้
  • มีผู้เชี่ยวชาญหรือบลจ.ช่วยบริหารจัดการสินทรัพย์ จึงเหมาะกับคนที่ไม่มีประสบการณ์ในการลงทุน
  • เงินจำนวนไม่มาก็สามารถลงทุนได้ เพราะบลจ.จะนำเงินของเราไปรวมกับคนอื่นเพื่อซื้อกองทุน
  • กองทุนบางประเภทสามารถลดหย่อนภาษีได้ เช่น กองทุน LTF (ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว เปลี่ยนเป็นกองทุน SSF ที่ใช้เวลาถือกองทุนยาวนานขึ้นแทน) และกองทุน RMF หรือกองทุนเพื่อการเกษียณ

ข้อควรพิจารณาก่อนลงทุนในกองทุนรวม

  • ผลตอบแทนที่ไม่แน่นอนเหมือนสินทรัพย์หลายประเภท ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและปัจจัยต่าง ๆ
  • กองทุนรวมบางประเภทก็ขาดสภาพคล่องในการซื้อขาย
  • หากลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศจะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนร่วมด้วย

ส่วนตัวเราเคยซื้อกองทุนตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย โดยซื้อทิ้งไว้ไม่ได้ไปถอนออกมา ตอนนี้กำไรอยู่พอสมควรเลย แต่เสียดายที่เงินต้นน้อยไปหน่อย ไม่อย่างนั้นเค้กคงได้กำไรเยอะอยู่ทีเดียว ตอนนี้ก็กำลังคิดว่าจะซื้อกองทุนรวมเพิ่มอีกสักกองดีไหม หรือจะเล่นหุ้นดี ตอนนี้ก็ยังลังเลใจอยู่ เลยคิดว่า Episode หน้า เรามาคุยกันเรื่องหุ้นก็น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนให้ตัวเองมากขึ้น 

เราขอเป็นกำลังใจให้มือใหม่ทุกคนนะคะ

การลงทุนไม่ใช่เรื่องยาก และการลงทุนเป็นเรื่องของทุกคนค่ะ

ติดตามฟังรายการ ‘ลองรวย’ ได้ทาง

Spotify https://spoti.fi/2RMW6x7
Youtube https://youtu.be/-dNtRcKDWWw
Apple Podcast https://apple.co/35lSO7N
Google Podcast http://bit.ly/2RTgBrX
Castbox http://bit.ly/34jLg4b
Podbean http://bit.ly/2Ek4MTu
Pocketcast http://bit.ly/2YQpunw
Overcast http://bit.ly/2MhSBLw
Castro http://bit.ly/36ZgQWu

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here