ไวรัสโคโรน่าทุบหุ้นไทยดิ่งเกือบ 3 %

ดัชนีหุ้นไทยเช้าวันนี้ปรับตัวลงแรงตั้งแต่เปิดตลาดภาคเช้า และเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน จนดัชนีมาปิดที่ 1,524.15 จุด ลดลง 45.40 จุด หรือ 2.89 % มูลค่าการซื้อขาย 69,174.18 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากความตื่นตระหนกจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หลังจากรัฐบาลจีนสั่งระงับกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว การซื้อขายผลิตภัณฑ์ตั๋วเครื่องบินและโรงแรม ส่งผลให้หุ้นกลุ่มการท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน และการบริโภคในตลาดหุ้นไทยร่วงลงทันทีตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่ราคาน้ำมันดิบก็ลดลงต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) รวมถึงหลายแห่งประเมินในทิศทางเดียวกันว่า นักลงทุนควรหันไปลงทุนกลุ่มที่มีความปลอดภัย (Defensive) อย่าง โรงพยาบาล และสาธารณูปโภคมากขึ้น

ตลาดหลักทรัพย์ลุยเรียกความเชื่อมั่น

“ภากร ปีตธวัชชัย” กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มองว่า หุ้นไทยปรับตัวลดลงวันนี้มาจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งเกิดจากความกังวลเรื่องการระบาดไวรัสโคโรน่าที่มากเกินไป เพราะนอกจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมขนส่ง การท่องเที่ยวแล้ว หุ้นอุตสาหกรรมกลุ่มอื่นที่ไม่ได้น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรง อย่างโรงพยาบาลและสุขภาพ ก็ได้รับผลกระทบดังกล่าวด้วย อีกทั้งตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงมากสุดในอาเซียนจึงทำให้ได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่าตลาดอื่น ประกอบกับวันนี้ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านหลายแห่งได้ปิดทำการซื้อขายเนื่องจากเทศกาลตรุษจีน

ทั้งนี้ ตลท. ได้รายงานถึงกรณีหุ้นลงแรงวันนี้ต่อหน่วยงานที่ดูแลอย่าง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขปกติที่หากภาวะตลาดหุ้นลดลงแรงและเร็วใกล้ประมาณ 3 % จะต้องมีการรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ม.รังสิตชี้ท่องเที่ยวเสียหาย 1.2 แสนล้าน-รมว.คลังมองยังไม่กระทบ

“อนุสรณ์ ธรรมใจ” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเมินว่า ไวรัสโคโรน่าจะส่งผลกระทบการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของจีนเติบโตต่ำกว่า 5.8 % และสิ่งที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยคือ การท่องเที่ยว เพราะทางการจีนสั่งปิดเมืองและการห้ามจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว โดยประเมินจีดีพีไทยไตรมาส 1 และ ไตรมาส 2 ขยายตัว 1.8-2.4%  ซึ่งหากรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายในเดือน มี.ค. คาดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอยู่ที่ 80,000-120,000 ล้านบาท แต่หากควบคุมไม่ได้ คาดว่าปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะลดลง 1-2 ล้านคน และนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงไปต่ำกว่า 2%

ด้าน “อุตตม สาวนายน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มองกรณีนี้ว่า ยังไม่กระทบต่อการบริโภคภายในประเทศไทย เพราะยังพบว่าประชาชนยังเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยตามปกติ ส่วนผลกระทบด้านการท่องเที่ยวนั้นเป็นเรื่องที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ เช่นเดียวกับ “ประสงค์ พูนธเนศ” ปลัดกระทรวงการคลัง มองยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2563 (ต.ค.-ธ.ค.2562) เนื่องจากการท่องเที่ยวขณะนั้นยังเป็นปกติ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานถึงผลกระทบในไตรมาสที่ 2 ว่าเป็นอย่างไร

จีนขยายวันหยุดตรุษจีนหวังลดการระบาดโคโรน่า

คณะกรรมการทำงานพิเศษของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน นำโดยนายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน ประกาศขยายวันหยุดช่วงตรุษจีนจากกำหนดการเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 ม.ค.นี้ เป็นวันที่ 2 ก.พ. นี้ พร้อมออกมาตรการรับมือการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตั้งแต่ประสานงานจัดหาทรัพยากรทางการแพทย์ เสริมสร้างการคัดกรองผู้ป่วยที่เข้มแข็งขึ้น รวมถึงลดการรวมตัวของประชาชนหมู่มาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว

อัพเดทผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นทั่วโลกพุ่งเกือบ 3,000 ราย-ตาย 80 ราย

การอัพเดทของสำนักข่าวต่างประเทศ ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในจีนประมาณ 2,761 ราย รวมจากประเทศอื่นอีก 37 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 80 ราย ขณะที่ประเทศไทย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศไทยจำนวน 8 ราย รักษาหายแล้ว 5 รายและอีก 3 คนกำลังรับการรักษาตัว แม้ว่าจะยังไม่มียารักษาโรคโดยตรง แต่ทางกระทรวงฯ ได้จัดเตรียมยาต้านไวรัส HIV มาใช้รักษาผู้ป่วย หลังจากศึกษาว่าจีนใช้การรักษาแบบดังกล่าวแล้วอาการผู้ป่วยดีขึ้น ซึ่งการรักษาผู้ป่วย 8 คนที่ผ่านมายังไม่ได้ใช้ไวรัส HIV แต่เป็นการรักษาตามอาการเท่านั้น

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here