เป็นที่รู้จักกันอยู่แล้วสำหรับ “หยง-ธำรงชัย เอกอมรวงศ์” เทรดเดอร์มืออาชีพ ซึ่งที่ผ่านมาออกหนังสือแนะนำการลงทุน และเป็นวิทยากรแนะนำเรื่องการลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้เขาขอเวลาไปอัพเดทและเปิดโลกการเรียนรู้ใหม่ที่เมืองกว่างโจว ประเทศจีน กันสักพัก เมื่อมีโอกาสได้พบเจอกันระหว่าง “หยง” กับ “แม็กซ์-ธีระชาติ ก่อตระกูล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร StockRadars จึงได้แลกเปลี่ยนมุมมองกันทั้งเรื่องตลาดหุ้นไทยและมุมมองจีนต่อ Trade War ซึ่ง StockRadars.news นำมาเรียบเรียงให้ 

เพอร์ฟอร์แมนซ์ตลาดหุ้น 2562 

เขาออกตัวว่า ปัจจุบันไม่ได้ลงทุนหุ้นไทยเล่นเร็วเหมือนสมัยก่อน จะดูเป็นไทม์เฟรมเดย์เป็นหลัก เนื่องจากคิดว่าสามารถบริหารจัดการพอร์ตได้ อีกทั้งจะต้องมาเรียนที่เมืองจีนด้วย ประกอบกับช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ต้องถือว่าโมเดลการเทรดหุ้นได้ถูกปรับและวางใหม่ 

ดังนั้น การที่ตลาดหุ้นไทยแย่มาตั้งแต่ปี 2561 และต่อเนื่องมาถึงปีนี้ที่เป็นปีที่แย่สำหรับตลาดหุ้นไทย แต่กลับเป็นปีที่เพอร์ฟอร์แมนซ์พอร์ตหุ้นดีที่สุดสำหรับเขา ทั้งที่มีการเทรดหุ้นน้อยกว่าสมัยก่อนมาก เพราะโมเดลและวิธีการคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิม 

“ปีนี้ถือเป็น Good Year สำหรับผม แม้จะเป็น Bad Year สำหรับตลาดหุ้นไทย ทั้งๆ ที่เทรดน้อยกว่าเมื่อก่อนมาก อาจจะเพราะไม่ได้เล่นเร็ว วิธีการคิดเปลี่ยนและมีโอกาสบริหารจัดการมากกว่าเมื่อก่อน”

หุ้น 2563 ยังเหนื่อย

ไม่คิดว่าตลาดหุ้นไทย 2020 จะดีได้ในระยะยาว ความจริงเป็นเรื่องที่ตอบยาก แต่หากดูจากสมมติฐาน ข้อมูลในเว็ปไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การนำเข้า การส่งออก การลงทุนโดยตรง ซึ่งปกติการรายงานตัวเลขของแบงก์ชาติเป็นตัวเลขที่ความแม่นยำมาก และเท่าที่ประเมิน ก็ยังมองว่าค่าเงินบาทจะยังมีการแข็งค่าอยู่ 

“ดังนั้น ทำให้ไม่คิดว่าตลาดหุ้นปี 2020 จะดีอย่างมหาศาล หรือในระยะเวลาอันสั้น แต่ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนค่อยมาว่าหรือวางแผนกันอีกที ซึ่งส่วนตัวไม่ได้มีความกังวลอะไรแล้ว หรือถ้าตลาดหุ้นยังเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ถามว่าจะมีการโยกพอร์ตไปลงทุนในตลาดไหนดี ซึ่งปกติเทรดเดอร์อาชีพ จะทำตามปฏิกิริยามากกว่า พูดได้เพียงอย่างเดียวว่าถ้าตลาดหุ้นเป็นขาขึ้นจริงเมื่อไรต้องมีเราเป็นพอ ส่วนตลาดลงแค่ไหนไม่เป็นไร”

ไอเดียหุ้นขาขึ้นจริงต้องมีเรา

เขาบอกว่า เรื่องถ้าหุ้นขาขึ้นจริงจะต้องมีเรานี้ เขาได้มุมมองและไอเดียจาก “สุระ คณิตทวีกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น (COM7) ที่เคยถามพี่เขาว่า ช่วงตอนที่ยอดขายมือถือไอโฟน 10 ตก แล้วถ้าวันหนึ่งยอดขายตกไปเรื่อยๆ มองโปรดักส์ต่อไปเป็นอะไรแทนไอโฟนไว้บ้าง พี่สุระบอกว่า สินค้าจะเป็นตัวไหนไม่สำคัญ แต่ถ้าตัวไหนมันแจ้งเกิดขึ้นมาจะต้องมีขายในบานาน่าไอที 

ดังนั้น ทำให้เห็นมุมมองว่าตอนนี้ไม่ว่าเม็ดเงินต่างชาติจะไหลไปที่ไหนช่วงปีนี้หรือปี 2563 ก็ตาม เป็นสิ่งที่ไม่มีใครตอบได้ เพราะปัจจุบันภาพใหญ่ของเศรษฐกิจพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ถ้าถึงเวลาที่ตลาดหุ้นมันขึ้นจริง หรือตัวไหนมันขึ้นจริงจะต้องมีเรา ซึ่งมองว่าถ้าทุกคนสามารถพัฒนาให้มี Mind Set แบบนี้ได้ ก็สามารถที่จะเอาตัวรอดได้ทุกช่วง และสามารถที่หนีวิกฤตเป็น 

2563 เลือกหุ้นแบบไหน

หากดูศรษฐกิจรอบนี้ไม่น่าจะมีการฟื้นตังได้ในระยะเวลาสั้นเพียง 3-6 เดือน แต่น่าจะกินระยะเวลาหลายปี ซึ่งปกติเวลาเศรษฐกิจไม่ดี อาจจะนึกถึงพวกลุ่มเช่าซื้อหรือกลุ่มเร่งรัดหนี้ แต่ในมุมมองเขามองว่าเวลาเศรษฐกิจแย่ควรเลือก “ธุรกิจสร้างอาชีพจะดี” เช่น ถ้าคนทำงานออฟฟิศมีเงินใช้ไม่พอ ก็สามารถหาอาชีพเสริมต่างๆ  ตั้งแต่ไปขายของออนไลน์หรือเป็นตัวแทนเครือข่าย หรือยังมีอาชีพอื่นๆ ที่ต้องไปลงลึกรายละเอียด หรือ “ธุรกิจที่มีคาแรคเตอร์ของแฟรนไชส์” ซึ่งจะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการหาอาชีพเสริมแต่เป็นแบบออฟไลน์แทนออนไลน์ 

มุมมองจีนต่อสงครามการค้า

จากที่ได้มาสัมผัสและใช้ชีวิตอยู่เมืองจีนทำให้เห็น 2 มุมมองของจีนที่ชัดเจนคือ 

  • จีนเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีที่แท้จริง 
  • จีนมีการบริโภคภายในประเทศมีความเแข็งแกร่งอย่างมหาศาล 

ดังนั้น ประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน (Trade War) ส่วนตัวมองว่า จีนมีความนิ่งทางการเมืองมากกว่าเยอะ แลละจีนสามารถนิ่งได้อีกนาน สงครามครั้งนี้จีนมีสายป่านดีกว่าสหรัฐ เชื่อว่า Trade War จะมีการยื้อไปเรื่อยๆ 

ถ้าย้อนไปช่วงที่เกิด Trade war แรกๆ ที่มีผลกระทบต่อการส่งออกของจีนอย่างมาก สิ่งที่จีนทำคือ ลดค่าเงินหยวนรวดเดียว 7 % แล้วผลกระทบเรื่องนี้ก็ส่งผลกับจีนน้อยมากเนื่องจากจีนไม่มีหนี้ต่างประเทศเลย เพราะจีนส่งออกเป็นหลัก จึงทำให้จีนสามารถดึงความได้เปรียบทางการค้ากลับมาได้ ขณะที่ประเทศอื่นก็ไม่สามารถทำได้อย่างนี้เช่นกัน 

“ความสามารถในการตอบสนองของปัญหาที่เกิดขึ้นของจีนเร็วกว่า สายป่านเชิงเวลามากกว่า ทุนก็มีมหาศาลกว่า ขณะเดียวกันสหรัฐทะเลาะกับคนอื่นไปทั่ว แต่จีนมีการค้าขายกับหลายประเทศ ดังนั้นเมืองจีนมีภาษีที่ดีกว่ามาก”

นอกจากนั้น ที่สำคัญสื่อส่วนใหญ้่ที่เรารับรู้ข่าวสารส่วนใหญ่มาจากฝั่งตะวันตก แต่เท่าที่สัมผัสตอนนี้คนจีนไม่ได้รับรู้เรื่องราวหรือกังวลกับเรื่องนี้มาก เพราะเขาแข็งแกร่งกว่าเยอะ มองว่าในระยะยาวจีนจะได้เปรียบเรื่องสงครามการค้านี้ในระยะยาวมากกว่านี้อีก แม้เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงก็ตาม แต่นั้นเพราะว่าฐานของจีนมันใหญ่มากขึ้น แม้ภายหลังอัตราการเติบโตของประเทศจีนจะไม่ได้เป็นอัตราที่เร่งทั้งประเทศเหมือนเมื่อก่อน แต่จากนี้ไปการเติบโตเศรษฐกิจของจีนจะมาจากการเติบโตตามแหล่งเศรษฐกิจพิเศษ หรือตามความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เช่น เซินเจิ้น 

“ตอนนี้มองเมืองจีนเป็นสิงคโปร์ที่ใหญ่และเป็นฮ่องกงที่ใหม่ที่มีความผสมผสานกันของ 2 ประเทศที่ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี บ้านเมืองดูดีและสะอาด”

ถ้าคิดจะมาค้าขายกับจีน

ถ้าใครต้องการที่หาของมาขายที่เมืองจีนต้องคิดให้เนอะ เนื่องจากปัจจุบันจีนเขาสามารถทำได้ทุกอย่างในราคาที่ถูกกว่าและก็มีความสามารถเข้าถึงมากกว่า ทำอะไรขายกับคนจีนเหนื่อย ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะปัจจุบันเขามีความเจริญกว่าเมื่อก่อนมาก แต่ถ้าให้เขาเป็นลูกค้าไม่ได้ ก็ดึงเขาร่วมมาเป็นเจ้าของกันเลย

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here