ตั้งแต่สื่อต่างประเทศมีการนำเสนอว่า กลุ่มเทสโก้ ผู้ประกอบกิจการค้าปลีกรายใหญ่ของอังกฤษ มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจขายกิจการในประเทศมาเลเซีย รวมถึงในประเทศไทยภายใต้ชื่อ “เทสโก้ โลตัส” ด้วย ซึ่งหากมีการขายกิจการจริงจะมีมูลค่าสูงสุดถึง 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 272,430 ล้านบาท 

อย่างไรก็ดี ทางกลุ่มเทสโก้บอกว่าทั้งหมดนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอยู่ จากที่ก่อนหน้านี้ กลุ่มเทสโก้ได้ทยอยขายกิจการในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ เกาหลีใต้ ตุรกี ญี่ปุ่น จีน และสหรัฐ

ทว่า ตั้งแต่เช้าวันที่ 9 ธ.ค. ที่ตลาดหุ้นไทยเปิดการซื้อขายภาคเช้า ราคาหุ้นของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าเทสโก้ โลตัส รีเทล โกรท (TLGF) ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในศูนย์การค้า เทสโก้ โลตัส จำนวน 22 แห่ง ได้ปรับลดลงตั้งแต่เปิดตลาดภาคเช้าและมาปิดที่ระดับ 22.40 บาท ลดลง 1.20 บาท หรือ 5.08 % 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ถึงกรณีดังกล่าวว่า อาจจะส่งผลกระทบกับ TLGF เพราะขึ้นกับนโยบายผู้ซื้อกิจการใหม่ว่าจะให้เช่าต่อหรือไม่ รวมถึงหุ้นของบริษัท  บริษัท ฮิวแมนิก้า (HUMAN) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาซอฟท์แวร์เพื่อจำหน่ายและให้บริการติดตั้งซอฟท์แวร์ระบบการบริหารงานทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรองค์กร รวมถึงการจัดทำเงินเดือนและจัดทำบัญชี ที่อาจจะได้รับผลกระทบเช่นกันเพราะมีลูกค้ารายใหญ่คือ เทสโก้ โลตัส แต่ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น HUMAN ยังเคลื่อนไหวในแดนบวก

อย่างไรก็ดี หากย้อนไปดูผู้ถือหุ้นสัดส่วนของ TLGF มีการเปลี่ยนแปลงล่าสุด เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงผู้ที่เข้ามาถือหุ้นใหม่ทั้งหมด 5 รายการ และมีการขายหุ้นออกไป 5 รายการเช่นกัน (ตามตารางข้างล่าง)

เช่นเดียวเมื่อเทียบเทียบกับวันที่ 31 ก.ค. ก็มีการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนผู้ถือหุ้น (ตามตาราง)

ใครจะเป็นผู้ซื้อรายต่อไป? 

  • จากนี้คงต้องติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ที่จะมาซื้อกิจการของเทสโก้ โลตัสไทยต่อไป เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีกระแสข่าวมาตลอดว่ากลุ่มเทสโก้ โลตัสในไทย จะเสนอขายให้กับผู้ที่สนใจ ทำให้ต้องมีการปฏิเสธข่าวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ทางกลุ่มของ “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งเคยเป็นผู้ทื่ขายหุ้นโลตัสให้กับกลุ่มเทสโก้ไปตั้งแต่ปี 2541 (1998) แล้วมีข่าวว่าจะมีการซื้อเทสโก้ โลตัวกลับ แต่ก็ต้องติดตามดูรายละเอียดเรื่องนี้ต่อไปว่าจะมีการขยับจากเจ้าสัวธนินท์อย่างไร
  • ขณะที่ล่าสุด จาก BISNEWS ได้เปิดเผยจากแหล่งข่าวของผู้บริหาร บริษัท ปตท. (PTT) ว่า ปตท.ไม่มีแนวคิดที่จะให้บริษัทย่อยในกลุ่มคือบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ไปเข้าซื้อกิจการการค้าปลีกของกลุ่มเทสโก้ที่กำลังมีข่าวว่าจะมีการตัดขายกิจการในไทยและมาเลเซีย แม้ว่าปลายปีก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวว่าทางกลุ่มปตท.มีความสนใจที่จะเข้าไปซื้อกิจการคาร์ฟูในไทยก็ตาม
  • ขณะเดียวที่กลุ่มธุรกิจของเครือ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” ที่ใช้ใช้บริษัท เบอร์ลี ยุคเกอร์ (BJC) หลังจากใช้เงินกว่า  2 แสนล้านบาท ซื้อหุ้น บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) จากกลุ่มคาสิโน กรุ๊ป ไปเมื่อปี 2559 เพื่อเชื่อมต่อกับสินค้าของกลุ่มธุรกิจในเเครือตั้งแต่ BJC ที่มีสินค้าในเครือมากมาย นอกจากนั้นมีเป้าหมายหลักที่จะเปิดสาขาร้านค้าปลีกใหญ่ในกลุ่มประทเศ CLMV พร้อมขยายสาขาและปรับปรุงสาขาเก่าให้ดูทันสมัย อีกทั้งมีนโยบายให้ความสำคัญเร่งพัฒนาธุรกิจการขายสินค้าออนไลน์มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์สังคมดิจิทัล
  • จากนั้นก็มีการแผนขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมินิบิ๊กซี ซึ่งจากข้อมูลที่มีการพบนักลงทุนในวันออฟฟเดย์ ผู้บริหารได้เปิดเผยว่า ปี 2562 บริษัทมีการลงทุนเพิ่มอีก 6,000 ล้านบาท จากครึ่งปีแรกที่ได้ลงทุนไปแล้ว 4,000 ล้านบาท โดยเน้นไปที่สาขามินิบิ๊กซีเพิ่มอีก 250-300 สาขา ในพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อให้เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถนำมาแข่งขันกับทาง 7-11ได้ โดยสินค้าหลายรายการจะมีราคาที่ถูกกว่าและช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายกว่า
  • โดยปี 2563 เตรียมงบประมาณกว่า 8,000 ล้านบาท ใช้สำหรับลงทุนในไทยทั้งการขยายสาขาบิ๊กซี 5,000 ล้านบาท การลงทุนขยายกำลังผลิตโรงแก้ว 2,000 ล้านบาท อีก 1,000 ล้านบาท ลงทุนระบบไอทีเทคโนโลยีทันสมัยหลังบ้านและหน้าร้านรองรับแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะมีการเชื่อมต่อธุรกิจออฟไลน์ออนไลน์
  • นอกจากการขยายตลาดที่เน้นลงทุนร้านค้าปลีกขนาดกลางและเล็กมากขึ้น แบ่งเป็น บิ๊กซี มาร์เก็ต 2 สาขา และมินิ บิ๊กซี 300 สาขา ขณะที่รูปแบบสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ต จะขยายเพิ่มอีก 3 – 4 สาขานั้น บิ๊กซียังมีแผนเพิ่มศักยภาพบริหารพื้นที่ค้าปลีก โดยจะพัฒนาโมเดลธุรกิจ “ชอปปิงมอลล์” ในคอนเซปต์ ทาวน์เซ็นเตอร์ สร้างความเป็นศูนย์กลางของชุมชน ดึงดูดลูกค้าเข้าใช้บริการ

ตารางแผนงาน BJC ตอนงานออฟเดย์เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

  • ก่อนหน้านี้ทางเทสโก้ โลตัส ได้มีการแถลงข่าวว่าปีนี้ได้รุกขยายธุรกิจร้านค้าปลีกขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เริ่มต้นจากการปรับโฉมเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรสที่มีอยู่ทั้งหมด 1,600 สาขาทั่วประเทศ ให้เป็นรูปแบบใหม่ ควบคู่ไปกับการขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 250 สาขา อีกทั้งยังเริ่มเน้นขายขายอาหารพร้อมรับประทานที่มีให้เลือกหลายเมนูมากขึ้น

รายละเอียดที่ TLGF ลงทุน แบ่งเป็น 

(ก) ทรัพย์สินที่กองทุนรวมมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคาร (freehold) จำนวน 13 แห่ง ได้แก่ โครงการศรีนครินทร์ กระบี่ ประชาชื่น รังสิต คลอง 7 ทุ่งสง สิงห์บุรี ปราณบุรี มหาชัย แม่สาย ระนอง ภูเก็ต ศาลายา และนครศรีธรรมราช 

(ข) ทรัพย์สินที่กองทุนรวมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินบางส่วนและอาคาร (freehold) และมีสิทธิการเช่าในที่ดินอีกบางส่วน (leasehold) จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โครงการสมุย และพิษณุโลก 

(ค) ทรัพย์สินที่กองทุนรวมมีสิทธิการเช่าในที่ดิน (leasehold) และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอาคารจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ โครงการอมตะนคร เพชรบูรณ์ ลำลูกกา คลอง 6 เสนา รังสิต-นครนายก และบางปู 

(ง) ทรัพย์สินที่กองทุนรวมมีสิทธิการเช่าในที่ดินและอาคาร (leasehold) จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ โครงการพระราม 1

…ตอนนี้เหมือนทุกอย่างเพิ่งเริ่มเกิดขึ้น จากนี้คงต้องติดตามดูนโยบายหลักของกลุ่มเทสโก้ว่าจะเป็นอย่างไร รวมถึงจะมีดีลการเจรจาซื้อขายเทสโก้โลตัสในไทยจริงหรือไม่ งานนี้ต้องลุ้น….

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here