ตั้งแต่ 8.30 น. ที่ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มีการแจ้งเป้าหมายทางการเงินกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท). ราคาหุ้น KBANK ก็ปรับตัวลงมาตลอด พอก่อนตลาดหุ้นภาคบ่ายจะเปิดการซื้อขาย มีข่าวประชาสัมพันธ์จากกสิกรไทยของ คุณบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ออกมาก็ทำให้ราคาหุ้นดิ่งรับข่าวต่อจน ราคาไปอยู่ระดับต่ำสุดที่ 136 บาท ก่อนที่จะปิดตอนสิ้นวันที่ราคา 138 บาท

คำถาม คือ เกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มแบงก์ทั้งหมด??? เพราะราคาหุ้นทุกแบงก์แทบจะทุกตัวบนกระดานเคลื่อนไหวในแดนลบจนปิดตลาด

หนักสุดคือ KBANK ที่ลดลงไปถึง -7.38% ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) -6.58% บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) -3.05 % ธนาคารกรุงเทพ (BBL) -2.67% ธนาคารกรุงไทย (KTB) -2.37% บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) -2.30% ฯลฯ

ภาพเศรษฐกิจชัดเจนหลังผู้บริหาร KBANK มองปี 2563

“เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส มองว่า จริงๆ หุ้นกลุ่มแบงก์เป็นสิ่งที่ไม่ได้แนะนำให้ลงทุนอยู่แล้ว เพราะต่างรู้ว่าหนี้เสียหรือ NPL ต้องปรับขึ้น ขณะที่ผลประกอบการหุ้นกลุ่มแบงก์ออกมาก็เป็นที่รับรู้แล้วว่า บางตัวผลประกอบการออกมาดี เป็นเพราะมาจากรายการพิเศษที่จากขายสินทรัพย์หรือเงินลงทุนเป็นหลัก

“สิ่งที่คุณบัณฑูรชี้แจงก็เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้าจะออกมาเป็นเช่นไร จากการประเมินเป้าหมายรายได้ต่างๆ ของปีหน้า โดยเฉพาะอัตราการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income Growth) จะมีการเติบโตที่ติดลบ 5-17% เพราะทำให้ภาพชัดเจนเหมือนที่นักลงทุนได้กังวลว่า คุณภาพสินทรัพย์ หรือหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นนั้น อาจจะเป็นการสะท้อนภาพการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากขึ้น จึงทำให้นักลงทุนแห่เทขายหุ้นกลุ่มแบงก์ออกมาวันนี้”

สัญญาณ Cycle หนี้เสียแบงก์รอบใหม่

“กวี ชูกิจเกษม” รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า หุ้นกลุ่มแบงก์เป็นกลุ่มที่ไม่ได้มีการแนะนำลงทุนมาสักพักแล้ว เพราะเริ่มมีสัญญาณชัดเจนว่าคุณภาพหนี้เสีย (NPL) มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยด้วย แม้ว่าทางภาครัฐจะมีนโนบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศออกมา แต่เหมือนนโยบายที่ออกมาเป็นเพียงการประคองได้เฉพาะบางอุตสาหกรรม แต่ก็มีหลายอุตสาหกรรมก็ไม่ได้ผลจากมาตรการดังกล่าว

การที่ราคาหุ้นแบงก์ปรับลงมากในวันนี้เพราะนักลงทุนได้กังวลว่า กำไรของแบงก์ในอนาคตไม่น่าจะออกมาตามที่คาดได้ สืบเนื่องจากภาพใหญ่คือเศรษฐกิจโลกมีการชะลอตัวแล้ว และยังส่งผลต่อเนื่องกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยด้วย เมื่อทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามคาด ก็ทำให้เกิดแรงเทขายออกมา

“แต่สิ่งสำคัญคือ หลังผลประกาศงบแบงก์ไตรมาส 3 ออกมา คือ เริ่มสัญญาณ Cycle หนี้เสียของแบงก์รอบใหม่กำลังจะเกิดขึ้น และนักลงทุนมักให้น้ำหนักว่าหุ้นแบงก์คือ ฟันเฟืองที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย เพราะเกี่ยวเนื่องไปกับทุกอุตสาหกรรม นั่นคือ การปล่อยสินเชื่อ”

อย่างไรก็ตาม ในยามที่เกิดความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ตอนนี้ยังพอมีหุ้นที่ผู้ลงทุนน่าจะรอดูผลกำไรที่ออกมาดี จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจบางส่วน เช่น กลุ่มค้าปลีก กลุ่มอาหาร กลุ่มไอซีที กลุ่มท่องเที่ยว เป็นต้น

ราคาหุ้น KBANK ต่ำสุดในรอบกว่า 7 ปี

อ่านคำแถลงของคุณบัณฑูร ล่ำซำ https://stockradars.news/2019/10/24/vision-ceo-kbank-2563

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here