เห็นชัดแล้วว่าตลาดหุ้นทั่วโลกมีการเคลื่อนไหวผันผวนมากตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา จากข้อมูลที่ทำกราฟฟิก พบว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงต่อเนื่องตลอด 19 วันแรกของเดือน ส.ค. โดยตลาดหุ้นฮ่องกงดัชนีหุ้นมีการลดลงมากสุดถึง 5.35%  รวมถึงตลาดหุ้นชั้นนำทั่วโลก ตั้งแต่ตลาดหุ้นทั้ง 3 แห่งของสหรัฐต่างก็ปรับตัวลง อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมนี หรือใกล้บ้านเราฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียก็ลดลงเช่นกัน แต่น้อยกว่าตลาดหุ้นไทยที่ลดลงไปถึง 4.21%  

ทว่า มีแต่ตลาดหุ้นจีนเท่านั้นที่ยังยืนหยัดในแดนบวกได้ แต่เพียงเล็กน้อย  0.04% ซึ่งทาง บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า อาจเป็นเพราะตลาดหุ้นจีนจะได้รับการคัดเลือกให้ไปอยู่ในดัชนี MSCI มากขึ้น

นอกจากนั้น เหตุผลที่ทำไมเราต้องให้น้ำหนักกับตลาดหุ้นฮ่องกงกัน ก็เพราะนอกจากฮ่องกงยังเป็นศูนย์กลางของการลงทุนของตลาดภูมิภาคเอเชียแล้ว ตลาดหุ้นฮ่องกงยังมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลก

และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้รับการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การที่ผู้ชุมนุมประท้วงที่ฮ่องกงมีการปิดสนามบินถึง 2 ครั้ง มีผลต่อความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนมาก ขนาดที่ดัชนีฮั่งเส็งดิ่งคนเดียวไม่พอ ยังแผ่ขยายความเชื่อมั่นไปยังทั่วภูมิภาคเอเชียอย่างเห็นได้ชัด

จนกระทั่งบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน กำลังพิจารณาชะลอแผนเสนอขายหุ้นและจดทะเบียนเข้าซื้อขาย (IPO) ในตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งตอนนี้มีการประเมินว่าน่าจะเป็นช่วงเดือน ต.ค.ไปก่อน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในฮ่องกง

จากก่อนหน้านี้ มีรายงานออกมาว่า อาลีบาบาเตรียมขายไอพีโอเพื่อระดมทุน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นการเสนอขายหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดของฮ่องกงนับตั้งแต่ปี 2543

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here