• เพราะประเด็นหลักที่ทำให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่วโลก ตั้งแต่เศรษฐกิจโลกมีการชะลอตัว ความผันผวนของค่าเงิน การเคลื่อนย้ายของเม็ดเงินต่างประเทศและเม็ดเงินทั่วโลกที่แห่ออกจากตลาดหุ้นย้ายไปเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดทองคำ จนวันนี้ราคาทองคำปรับสูงสุดอยู่ในระดับรอบ 6 ปี ขณะที่ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นถึง 6 ครั้ง หรือ 400 บาท ภายในวันเดียวของวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา
  • ขณะเดียวกันเงินเข้าตลาดตราสารหนี้มากจนกดดันผลตอบแทนพันธบัตรของไทยปรับลดลงทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะ Bond Yield 10 ปี ลงมาทำจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 1.53% ลดลงจาก 2.51% ในช่วงปลายปี 2561 ทั้งหมดนี้มีจุดเริ่มต้นของปัญหาจาก “ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศสหรัฐกับจีนที่ทำให้กลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจขยายผลไปทั่วโลก”
  • “สรพล วีระเมธีกุล” นักกลยุทธ์ การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปัญหาหลักของภาวะตลาดหุ้น ค่าเงินที่ผันผวนตอนนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากสงครามการค้าสหรัฐและจีนเป็นหลักที่ทำให้เกิดสิ่งอื่นๆ ตามมา การที่ตลาดหุ้นวันนี้ปิดหลุดกรอบทางเทคนิคสำคัญที่ 1,630 จุด โดยวันที่ 13 ส.ค. ปิดที่ 1,620.23 จุด ดิ่งแรงถึง 30.41 จุด หรือ 1.84 % เนื่องจากตอนนี้เน้นมีแต่ข่าวที่เป็นปัจจัยลบมากกว่าปัจจัยบวก 
  • ขณะที่ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติได้เปิดสถานะขาย (ชอร์ต) ในตลาดตราสารหนี้ (TFEX) 3 สัปดาห์ติดต่อกันแล้วรวมกว่า 65,000 ล้านบาท เช่นเดียวกับที่ต่างชาติเทขายหุ้นไทยต่อเนื่องมา 2 สัปดาห์ติดต่อกันไปแล้วกว่า 15,000 ล้านบาท 
  • สำหรับกลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ แนะถือเงินสดมากกว่าเพื่อรอดูสถานการณ์ก่อน รอจังหวะการลงทุนอีกทีปลายส.ค. นี้ เนื่องจากไปรอดูการพิจารณาเรื่องนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อีกครั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย. อีกทั้งตอนนี้ยังไม่มีการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ที่สำคัญคือผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยก็ออกมาลดลงกว่าที่คาดนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยให้กรอบแนวรับไว้ที่ 1,570-1,600 จุด

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here