“สุทัศน์ เรืองมานะมงคล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ (TISCO) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 มีกำไรสุทธิ 3,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5%

K.Suthas_R

  • ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 2 ของปี 2562 มีกำไรสุทธิ 1,798 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 89 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.2% เนื่องจากภาระการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลง ตามระดับสำรองส่วนเกินที่มีเพียงพอ ส่วนรายได้จากธุรกิจหลักชะลอตัวลง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการขายธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล และกฎเกณฑ์เกี่ยวกับธุรกิจเช่าซื้อที่เข้มงวดขึ้น และสภาวะตลาดทุนที่ผันผวน และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายด้านพนักงานเกษียณอายุตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่เมื่อไตรมาส 1 ปี 2562
  • เงินให้สินเชื่อรวม ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2562 มีจำนวน 241,215 ล้านบาท อ่อนตัวลง 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อย่างไรก็ดี ธุรกิจหลักของกลุ่มทิสโก้ยังคงสามารถเติบโตได้ดี ทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งขยายตัว 0.7% ตามอุปสงค์ในประเทศที่เติบโต ประกอบกับสินเชื่อจำนำทะเบียน ภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 4.9% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นไปตามแผนการขยายธุรกิจและการขยายสาขาสำนักอำนวยสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเป็นผลตามฤดูกาล ในขณะที่บริษัทยังคงรักษาระดับเงินสำรองหนี้สูญที่เพียงพอ โดยอัตราส่วนของเงินสำรองรวมของธนาคารต่อสำรองพึงกันตามเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงสูงถึง 209%
  • คงรักษาระดับฐานะเงินกองทุน ที่แข็งแกร่งมาโดยตลอดทั้งปี โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 23.4%  สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 18.5% และ 5.0% ตามลำดับ และระดับอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ให้อยู่ในระดับสูงที่ 19% ขณะที่ยังมีระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ด้วยอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) สูงถึง 23.4%
  • กลยุทธ์ช่วงที่เหลือของปี 2562 ยังคงเดินหน้าขยายการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ภายใต้การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เน้นตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ผ่านความร่วมมือระหว่างสายงาน และความร่วมมือระหว่างบริษัทในเครือ (Cross-selling) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจประกันภัยที่จากนี้จะเห็นความชัดเจนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here