“วิน อุดมรัชตวนิชย์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) หรือ KTBST ลงนามความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ไห่ตง อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป ไพรเวท ลิมิเต็ด (สิงคโปร์) บริษัทในเครือ บล.ไห่ตง อินเตอร์เนชั่นแนล

  • วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริการด้านวาณิชธนกิจและนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ 4 ด้านสำคัญ คือ บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Equity Research) ที่จะมีการวิเคราะห์การลงทุนไปยังตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีน การบริหารจัดการลงทุน (Asset Management)  งานด้านวาณิชธนกิจ (Investment Banking) และผลิตภัณฑ์การเพื่อบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management products)
  • เหตุผล เพราะทั้ง 2 บริษัท มีความเป็นเอกเทศไม่ขึ้นอยู่กับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และมีโครงสร้างการบริหารงานและบุคคลากรที่คล้ายกัน อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจและเข้าใจตลาดทุน และไห่ตงมีแพลตฟอร์มการให้บริการด้านการเงินที่มีมาตรฐานและการบริการที่หลากหลาย

“การจับมือ KTBST กับไห่ตง ถือเป็นประตูเชื่อมโยง สำหรับนักลงทุนไทยและนักลงทุนเกาหลีไปสู่การลงทุนในตลาดทุนจีนและตลาดทั่วโลกได้มากขึ้น อย่าง KTBST เป็นบริษัทลูกของ KTBIS ที่เกาหลีใต้ น่าจะทำให้เกิดความร่วมมือในการสร้างแพลตฟอร์มให้นักลงทุนเกาหลีใต้ไปลงทุนตลาดหุ้นจีนมากขึ้น”

  • ปัจจุบัน KTBST มีจุดแข็ง นำเสนอโอกาสการลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์ลงทุนในตลาดยุโรปและสหรัฐให้กับลูกค้า การมีไห่ตงทำให้ KTBST สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนครอบคลุมไปยังตลาดทุนในจีนและเอเชียเพิ่มขึ้น
  • ผลิตภัณฑ์แรกที่จะออก คึอ “ตราสารหนี้จีนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (Chinese USD fixed income strategy)”  ซึ่งมีโครงสร้างการลงทุนที่เรียกว่า  Multi-tranche  คือกองทุนที่สามารถออกหน่วยลงทุนหลายชนิดที่ให้สิทธิหรือผลประโยชน์ตอบแทนที่แตกต่างกันได้ในตราสารหลากหลายและยืดหยุ่น เพื่อสนองตอบความต้องการของนักลงทุนที่รับความเสี่ยงและต้องการผลตอบแทนที่แตกต่างกัน
  • มุมมองการลงทุนที่จีน มีมุมมองที่เป็นบวกต่อการลงทุนและแนะนำให้เพิ่มน้ำหนัก การลงทุนในตลาดหุ้นจีน (Overweight) เพราะราคาหุ้นปรับตัวลงมาที่ระดับ P/E ประมาณ 13.17  เท่า และอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ยังคงแข็งแกร่งที่ระดับ 16.90% แม้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะปรับลดประมาณการณ์การเติบโตของ GDP ประเทศจีนในปีนี้ลงจากระดับ 6.3% เหลือ 6.2%  เนื่องจากผลกระทบของสงครามการค้าที่เพิ่มขึ้น
  • มองว่าตลาดหุ้นจีน ไม่น่าจะปรับตัวลงไปต่ำกว่านี้ เนื่องจากรัฐบาลจีนมีการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายด้าน ขณะที่ผลการเจรจาการค้ากับสหรัฐ แม้ยังไม่มีข้อสรุปแต่มีการตกลงกันได้ในบางประเด็น ถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นจีนในกลุ่มการเงินและกลุ่มอื่นๆ  ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนจึงยังเป็นตลาดที่น่าสนใจ
  • ยังมองว่าปัจจัยพื้นฐานที่จีนยังแข็งแกร่ง เพราะเศรษฐกิจจีนสามารถรับมือกับผลกระทบได้อย่างดี  โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก และได้ออกไปสู่ตลาดต่างประเทศเพื่อแสวงหาโอกาสทางการเงินที่หลากหลาย เช่น REITs  ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง (High-yield bond)  และหุ้นไอพีโอ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไห่ตงกำลัง โฟกัส
  • “เฉิน ฉวน”  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท  ไห่ตง อินเตอร์เนชั่นแนล ไพรเวทเวลธ์  กรุ๊ป ประเทศสิงคโปร์ มุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างตลาดทุนของจีนและต่างประเทศ การร่วมมือกับ KTBST จะปูทางให้ Haitong International สามารถเข้าถึงตลาดทุนไทยและตลาดทุนเกาหลีใต้ จึงเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกันในครั้งนี้ จะสนับสนุนให้การขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียในเอเชียมีความแข็งแกร่ง และสามารถให้บริการแก่นักลงทุนจากทั่วโลกได้ดียิ่งขึ้น

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here