ในตลาดหุ้นย่อมมีทั้งหุ้นที่มี “พื้นฐานดี” กับหุ้นที่พื้นฐานไม่ดีนักหรือ “หุ้นเก็งกำไร” ลองไปดูกันว่าเบื้องต้นเราจะแยกแยะหุ้นสองประเภทนี้ได้อย่างไร

 

หนึ่ง..ผลประกอบการ หุ้นพื้นฐานดีมักจะมีผลประกอบการที่เติบโตสม่ำเสมอ อาจจะไม่หวือหวาถึงหลักร้อยเปอร์เซนต์แต่จะโตทุกปี ส่วนหุ้นเก็งกำไรจะมีผลประกอบการที่ไม่สม่ำเสมอ บางปีจะเติบโตสูงแต่ปีต่อมาจะโตลดลง หรือมีกำไรสลับขาดทุน

 

สอง..วอลลุ่มซื้อขายและการเคลื่อนไหวของราคา หุ้นพื้นฐานดีมักจะมีวอลลุ่มซื้อขายที่สม่ำเสมอต่อเนื่อง ขณะที่หุ้นเก็งกำไรจะมีปริมาณซื้อขายที่ไม่สม่ำเสมอ เช่น มีวอลลุ่มเข้ามาหนาเป็นพิเศษเป็นบางครั้งบางคราวในช่วงเวลาสั้นๆจากนั้นก็จะมีวอลลุ่มที่บางลง รวมถึงการเคลื่อนไหวของราคาซื้อขายของหุ้นพื้นฐานมักจะเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แต่หุ้นเก็งกำไรบางครั้งราคาจะวิ่งไปชนซิลลิ่งหรือร่วงลงฟลอร์ได้ในวันเดียว

 

สาม..ข่าวในตลาด หุ้นที่มีพื้นฐานกิจการดีมักจะมีหลักธรรมาภิบาลสูงด้วย เช่น จะไม่เห็นข่าวลือต่างๆตามสื่อ จะเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการหลังแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แล้วเท่านั้น ขณะที่หุ้นเก็งกำไรมักจะมีข่าวลือตามสื่อต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่องซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพียงแค่ความเห็นหรือคาดการณ์

 

สี่..การรบกวนผู้ถือหุ้น หุ้นที่มีพื้นฐานดีจะมีฐานะทางการเงินและเครดิตที่ดี ทำให้ไม่ต้องรบกวนผู้ถือหุ้นด้วยการเพิ่มทุนหรือใช้เครื่องมือการเงินอื่นๆอย่างวอแรนท์มากนัก ส่วนหุ้นเก็งกำไรบางตัวมีการใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างพร่ำเพรื่อ เช่น เพิ่มทุนบ่อยครั้งและต้องเรียกประชุมผู้ถือหุ้นบ่อยครั้ง

 

ห้า..อัตราส่วนทางการเงิน หุ้นพื้นฐานดีมักจะมีอัตราส่วนทางการเงินต่างๆที่สมเหตุสมผล เช่น ค่าพีอีระดับเลขสองหลัก แต่หุ้นเก็งกำไรบางครั้งอาจจะมีค่าพีอีถึงระดับร้อยเท่าหรือบางครั้งก็ต่ำมากๆ ซึ่งบางครั้งไม่สมเหตุผล

สุดท้ายอย่าลืมว่าทั้งหมดเป็นเพียงการแยกประเภทในเบื้องต้น การลงทุนในหุ้นยังมีอีกหลายๆแง่มุมที่ควรรู้ ยังไงไปศึกษาเพิ่มเติมกันต่อนะ ^.^ สู้ๆๆๆๆๆๆๆ

1 COMMENT

  1. มีทุนน้อยแต่อยากลองเล่นหุ้นคะ แต่เล่นไม่เป็นคะ

Leave a Reply to มณีรัตน์ อรรถพันธ์พงศ์ Cancel reply

Please enter your comment!
Please enter your name here